วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

เหตุแห่งความรัก บุพเพสันนิวาส คือ...

ปุถุชนผู้ยังละกิเลสไม่ได้ เกิดมาก็ย่อมต้องมีความรักทั้งหญิงและชาย พระพุทธเจ้าทรงแสดงเหตุที่ทำให้หญิงชายรู้สึกรักกันไว้ใน
สาเกตชาดก พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ดังนี้
“ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เหตุไรหนอ เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้พอเห็นกันเข้าก็เฉย ๆ หัวใจก็เฉย บางคนพอเห็นกันเข้า จิตก็เลื่อมใส ”
“ ความรักนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกัน ในกาลก่อน ๑ ด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน ๑ ”
เหมือนดอกอุบลและชลชาติ เมื่อเกิดในน้ำ ย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ประการ คือน้ำและเปือกตม ฉะนั้น ”
จึง จะเห็นว่าการที่หญิงชายมารักกัน ชอบกัน และอาจได้อยู่ร่วมกันนั้นไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่มีปัจจัยมาจาก ๒ ประการดังที่พระพุทธองค์ทรงแสดงเหตุให้รู้ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยที่เกี่ยวเนื่องกับความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ ฯลฯ อีกมากมาย
คู่ บุพเพสันนิวาส คือ การได้เคยอยู่ร่วมกันในอดีตชาติ จนส่งผลให้ได้มาเป็นคู่ครองกันในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะคิดว่าเคยอยู่ร่วมกันเป็นสามีภรรยาเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วบุพเพสันนิวาสหมายถึงการที่อาจจะได้อยู่ร่วมกันในฐานะอื่นก็ ได้ เช่น พี่กับน้อง พ่อกับลูก แม่กับลูก เพื่อครูกับศิษย์ นายกับบ่าว เป็นต้น การที่มีบุพเพสันนิวาสร่วมกันนี้เมื่อเกิดมาร่วมกัน ก็มักจะสร้างบุญสร้างกุศลร่วมกันมา ทำอะไรตามกัน มีความเห็นสอดคล้องกัน ทำให้อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข
เนื้อคู่ คือ หญิงและชายที่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันมาก่อนในอดีตชาติ
คู่ครอง คือ หญิงและชายที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันในชาติปัจจุบัน
คู่กรรม คือ หญิงและชายที่ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสามีภรรยา แต่มักไม่มีความสุข
เนื่องจากการมาอยู่ร่วมกันนั้นเกิดจากวิบากของกรรมที่ทำร่วมกันหรือวิบากกรรมที่มีต่อกันมาส่งผล
เช่น อาจเคยทำบาปร่วมกัน หรือเคยเป็นศัตรูกันมาก่อนเป็นต้น
คู่บารมี คือ เนื้อคู่ที่ได้ติดตามกันมา ส่งเสริมกันและกันในทางที่ดี ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยาร่วมกันนับชาติไม่ถ้วน และจะติดตามกันต่อไปจนกว่าจะสามารถหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้ มักใช้คำนี้กับพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีกับเนื้อคู่ลำดับ ๑ ที่จะได้เป็นคู่ครองกับในชาติสุดท้าย
เหตุแห่งการได้อยู่ร่วมกัน
ดังที่พระพุทธองค์ได้แสดงเหตุที่หญิงชายได้รักและได้เป็นสามีภรรยากันนั้นมี ๒ ปัจจัย คือ
• การได้อยู่ร่วมกันในกาลก่อน
• การได้เกื้อหนุนกันในชาติปัจจุบัน
เนื่อง จากวัฎสงสารยาวไกลจนหาจุดเริ่มต้นและที่สุดไม่ได้ หญิงชายแต่ละคนจึงมีเนื้อคู่มากมายเป็นแสนคน แต่ละชาติที่เกิดมาก็อาจได้พบเจอเนื้อคู่ได้หลาย ๆ คนพร้อมกัน หรืออาจไม่ได้เจอเนื้อคู่เลยสักคนก็เป็นได้ กรณีที่ไม่เจอเนื้อคู่เลยนั้น หญิงชายนั้นก็อาจมีคู่ได้กับบุคคลใกล้ชิดที่ได้เกื้อหนุนกันในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อได้เป็นคู่กันในปัจจุบันแล้วหญิงชายนั้นก็จะได้เป็นเนื้อคู่กันต่อ ไป
ลำดับของเนื้อคู่
เพราะ เหตุที่แต่ละคนมีเนื้อคู่จำนวนมากมาย จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าแล้วใครกันเล่าที่สมควรจะได้อยู่เป็นคู่ครองกันมากที่ สุด และจะมีวิธีการเลือกอย่างไร แม้จะมีเนื้อคู่จำนวนมากมาย แต่จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วมีความสุขที่สุด เมื่อพบหน้ากันแล้วไม่อาจตัดใจรักให้ขาดจากกันได้ บุคคลนี้คือเนื้อคู่ที่ได้อยู่ร่วมกันมามากที่สุดเป็นแสนเป็นล้านชาติ เป็นเนื้อคู่ลำดับที่ ๑ กฎแห่งกรรมจะจัดสรรการมีคู่ไว้ให้เราเรียบร้อย คือ หากเรามีเนื้อคู่เกิดมาพร้อมกัน ใจเราจะเป็นผู้เลือกเนื้อคู่ลำดับต้นเสมอ
เมื่อ เลือกแล้วคู่ลำดับอื่นเขาจะหลีกทางและไปหาคู่ของเขาต่อไป แต่กฎแห่งกรรมอีกเช่นกัน ที่บางชาติ กลับทำให้คู่ลำดับต้น ๆ ได้มาพบกันทีหลังหลังจากที่อีกฝ่ายได้เลือกคู่ครองไปแล้วซึ่งแม้จะได้พบกัน ทีหลัง แต่เพราะเป็นคู่ลำดับต้น จิตใจของทั้งคู่ก็จะร้อนรนทนไม่ไหว จึงต้องรักกันอีกครั้งซึ่งความรักครั้งนี้ต้องหัก ต้องบังคับฝืนใจกันอย่างเต็มกำลัง
กล่าวกันว่าแม้พระภิกษุผู้ มั่นคงในศีล เมื่อได้เจอเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ ยังทนไม่ได้ ต้องสึกหาลาเพศมาอยู่กับเนื้อคู่ของตนจนได้ เหตุที่เนื้อคู่ลำดับต้นมาเกิดในชาติภพเดียวกัน แต่กลับไม่สมกันนั้น มีเหตุเดียว คือ กรรมพลัดพรากได้มาส่งผลเป็นวิบากแก่ทั้งคู่อย่างร้ายแรง หากกรรมนั้นใกล้จะหมดผลเขาทั้งสองก็อาจได้เป็นคู่ครองกันในชาตินั้น แต่หากกรรมนั้นยังรุนแรงอยู่ทั้งสองก็ต้องทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรมนั้นให้หมด แล้วจึงจะได้มีวาสนาอยู่ร่วมกันในชาติต่อ ๆ ไป


เหตุที่อกหักผิดหวังในความรัก
นอก จากการผิดหวังจากเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ ซึ่งเกิดจากกรรมพลัดพรากแล้ว บางครั้งคนเราก็อาจต้องผิดหวังในความรัก โดยมีเหตุมาจากกรรมทั้งสิ้น คืออยู่กับคู่ครองไม่มีความสุข ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำหรือมีปัญหาให้ทุกข์ใจตลอด เหตุที่เป็นดังนี้ แสดงว่าคู่ครองนั้นไม่ใช่เนื้อคู่ลำดับที่ ๑-๕
เนื่องจากกรรม จากการเป็นคนไม่ดี ไม่มีศีลธรรมส่งผลให้ไม่ได้พบเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ หรืออาจเป็นเพราะทั้งสองไม่ใช่เนื้อคู่กัน แต่ทั้งคู่เป็นศัตรูคู่อาฆาต ได้เคยผูกใจเจ็บกันมา ชาตินี้จึงต้องมาแก้แค้นกันเอง และแรงอาฆาตได้ผลักดันให้ทั้งสองมาอยู่ร่วมกัน และแก้แค้นกันเองตามแรงอาฆาตนั้น หรือบางคนรักเขาข้างเดียว อกหักบ่อยครั้ง โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจด้วยเลย เหตุนี้เกิดขึ้นเนื่องจากอดีตชาติเคยอาฆาตเขาไว้ แต่เขาไม่ได้อาฆาตตอบและไม่ได้ถือโกรธด้วย ชาตินี้จึงต้องทนทุกข์ทรมานเพราะเขาอยู่เพียงฝ่ายเดียว อย่างนี้ไม่ได้เป็นเนื้อคู่ เป็นเพียงคู่กรรมเท่านั้น
ทำอย่างไรจึงจะได้อยู่ร่วมกัน
เมื่อ ความรักหวานชื่น คู่ครองทั้งหลายย่อมต้องอยากเกิดมาเป็นเนื้อคู่กันอีก ซึ่งผลกรรมก็ได้จัดสรรการเกิดมาเป็นคู่ครองกันอีกตามที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่นอกจากการรอให้กรรมเป็นตัวจัดสรรแล้ว เรายังสามารถเลือกที่จะได้พบและอยู่เป็นคู่ครองกับเนื้อคู่ของเราได้ในอนาคต
โดย การอธิษฐาน แต่แม้จะมีอธิษฐานร่วมกัน สุดท้ายการได้อยู่ร่วมกันก็ยังต้องขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรมอยู่ดี การอธิษฐานนั้นมีทั้งประโยชน์และโทษคือ ในด้านประโยชน์ ทำให้เนื้อคู่ทั้งสองมีโอกาสกลับมาเป็นคู่ครองกันในชาติต่อ ๆไป ได้ง่าย แต่ในแง่ของโทษ บางครั้งก็ทำให้การใช้ชีวิตไม่เป็นปกติสุข เช่น หากเนื้อคู่ที่อธิษฐานกันไว้ไม่ได้มาเกิด หรือมาเ กิดแล้วแต่ยังไม่ได้พบกัน ฝ่ายที่รออยู่จะไม่สามารถมีคู่ได้ จิตใจไม่รักใคร หรือแม้จะได้พบเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ แต่ก็มีเหตุให้ไม่สมหวังทุกครั้งไป เนื่องจากแรงอธิษฐานนั้นฉุดรั้งไว้ หรือบางครั้งจิตใจมีสังหรณ์อยู่เสมอว่ารอคอยใครอยู่ ทั้งที่ไม่รู้ว่ารอคอยใคร
การแก้ปัญหาเรื่องอธิษฐาน
หาก แน่ใจว่าเนื้อคู่ที่อธิษฐานกันไว้คงไม่ได้พบเจอกันแน่แล้ว หรืออยากจะปล่อยวางเพื่อมีโอกาสได้ตัดสินใจกับเนื้อคู่ลำดับอื่น สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงอธิษฐานขออนุญาตเนื้อคู่ว่า ขอละคำอธิษฐานนั้น ขอให้ชีวิตได้พบเนื้อคู่ที่สมกัน และได้ใช้ชีวิตคู่อย่างปกติและมีความสุข
คู่บารมี
สุดท้ายคือเรื่องของคู่บารมี เป็นคู่สำคัญ เป็นคู่ที่ยาวนาน เพราะต้องร่วมกันสร้างบารมีขณะที่ฝ่ายหนึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ และ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเนื้อคู่ที่จะเคียงข้างกันไป การเป็นพระโพธิสัตว์นั้นต้องการกำลังใจที่เข้มแข็ง มั่นคง และเสียสละความสุขทั้งปวงเพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก พระโพธิสัตว์นั้นต้องใช้เวลายาวนานมากในการสร้างบุญบารมีกว่าที่จะสามารถ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาถึง ๒๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัป และอย่างช้าก็เนิ่นนานจนถึง ๘๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปเลยทีเดียว
คนที่ตั้งใจเป็นคู่บารมีจึง ต้องมีความเสียสละและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กันบุคคลผู้ปรารถนาเป็นคู่บารมีนั้น จะเป็นผู้ที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากที่สุดได้เป็นคู่ครองกันมากที่สุด และเป็นเนื้อคู่ลำดับ ๑ อย่างเที่ยงแท้ การเป็นคู่บารมีนั้นลำบากมากยิ่งนัก เพราะคนเป็นคู่บารมีนั้นจะต้องพบกับสิ่งต่อไปนี้ คือ ต้องเกิดเป็นผู้หญิง ไม่ได้เกิดเป็นผู้ชาย ต้องช่วยพระโพธิสัตว์ทำงานอย่างเต็มกำลัง ในบางชาติอาจต้องร่วมสร้างบารมีกับพระโพธิสัตว์ เช่น ต้องสละชีวิตร่วมกัน ต้องถูกบริจาคลูก หรือตัวเองเพื่อเสริมบารมีให้พระโพธิสัตว์ เป็นต้น ตราบใดที่พระโพธิสัตว์ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า คู่บารมีนั้นก็ยังไม่มีโอกาสบรรลุโลกุตรธรรมได้

26 วิธีดูแลคนรอบข้างอย่างได้ผล

26 วิธีดูแลคนรอบข้างอย่างได้ผล

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยเจอเหตุการณ์ที่คนใกล้ตัวกำลังตกอยู่ในภาวะเศร้า เหงา ซึม จนทำให้ที่ปรึกษา หรือคนรับฟังปัญหาอย่างเรา ๆ เป็นกังวลว่าจะมีวิธีการดูแลความรู้สึกของพวกเขาได้อย่างไรให้หายจากเรื่องทุกข์โศก ซึ่งก็ไม่ต้องคิดมากกันต่อไปนะจ๊ะ เพราะวันนี้เราได้นำข้อแนะนำดี ๆ จากเว็บไซต์ Dragosroua.com มาฝากกัน ลองมาดูกันว่า 26 วิธีดูแลคนรอบข้าง จะต้องทำอย่างไรกันบ้าง
1. ให้การสนับสนุน
พูดง่าย ๆ ก็เอาใจเขามาใส่เรานั่นแหละ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีเรื่องทุกข์ร้อนให้ไม่สบายใจ เราก็ต้องการที่จะมีใครสักคนมาคอยรับฟังเราและเข้าใจในปัญหาที่เราได้เจอะเจอ ดังนั้น ให้การสนับสนุนเขาด้วยการเป็นที่ปรึกษาที่ดี ใช้คำพูดที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือเท่าที่คุณจะทำได้ จะเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ
2. อย่ายึดความโกรธเป็นที่ตั้ง
หลาย ๆ ครั้งเมื่อเราได้รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง มีไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีอารมณ์ร่วมไปกับผู้ที่เผชิญกับปัญหานั้น ๆ ไม่ว่าจะโกรธ หมั่นไส้ หรืออื่น ๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้นึกเอาไว้อยู่เสมอว่าคุณเป็นคนกลาง คุณแค่รับฟังปัญหาของเขา ไม่ใช่คนที่มีปัญหาซะเอง อย่าบุ่มบ่ามหรือตัดสินใจใด ๆ เพียงเพราะมีอารมณ์ร่วมเท่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นจะได้ไม่บานปลายในภายหลัง
3. ให้คำปรึกษาเท่าที่จำเป็น
อีกหนึ่งข้อที่คุณในฐานะของที่ปรึกษาและผู้รับฟังปัญหาควรจะตระหนักเอาไว้เสมอ ก็คือการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าได้ช่วยเหลือเขาเสมือนว่าเป็นปัญหาที่เกิดกับตัวคุณเองโดยตรง ไม่อย่างงั้นเรื่องยุ่ง ๆ และเรื่องชวนเครียดจะมาหาคุณโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
4. อย่ามองเป็นเรื่องเล่น ๆ
ใครที่มีนิสัยติดเล่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ก็มักจะมองเป็นเรื่องเล่น ๆ อยู่เสมอ จงหยุดไว้ก่อน เพราะคนที่เขามีปัญหากับชีวิต เขาย่อมไม่อยู่ในอารมณ์จะเล่นกับคุณด้วยแน่ ๆ แสดงให้เขาเห็นว่าคุณเป็นห่วงเขาจริง ๆ เพื่อที่เขาจะได้สบายใจมากยิ่งขึ้น

5. แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ อยู่เสมอ
ถ้าคุณมีคำพูดดี ๆ ประโยคโดน ๆ ที่ฟังแล้วช่วยให้เกิดกำลังใจที่ดีมากขึ้น ก็ให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ซะตอนนี้เลย เพราะอย่างน้อย ๆ ก็เป็นการแบ่งเบาความรู้สึกที่ย่ำแย่ของเขาได้อย่างดีเลยทีเดียว แถมยังจะช่วยให้เขาได้ลืม ๆ เรื่องราวอันเลวร้ายที่เกิดได้อีกด้วยนะ จะบอกให้
6. เลี่ยงคำพูดที่จะนำไปสู่การทะเลาะวิวาท
ต่างคนต่างก็มีภาวะทางอารมณ์ที่แตกต่างกันไป และยิ่งถ้ามีเรื่องให้ต้องเครียดหรือคิดมากด้วยแล้วล่ะก็ เรื่องของอารมณ์นี่ยากจะเข้าถึงจริง ๆ และในเมื่อเราไม่รู้ว่าอารมณ์เขา ณ ขณะนั้นเป็นอย่างไร ขอให้ระมัดระวังในเรื่องของการใช้คำพูดให้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทที่มีเหตุมาจากเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
7. รู้จักตอบแทน
ถ้าคุณได้รับคำพูดดี ๆ หรือของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ขอให้นำสิ่งดี ๆ เหล่านั้นไปให้กับคนอื่น ๆ ต่อไป การทำแบบนี้จะถือเป็นการแบ่งปันความสุขที่มีให้แก่คนรอบข้าง และจะกลายเป็นลูกโซ่แห่งความสุขที่จะมีการส่งต่อ ๆ กันไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด
8. ไม่ปากสว่าง
คนที่เขามีปัญหา เขามาปรึกษาคุณก็เพราะเห็นว่าคุณเป็นคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ ฉะนั้นอย่าปากสว่างหรือนำเรื่องทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นไปป่าวประกาศให้คนอื่น ๆ ได้รู้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นคุณจะกลายเป็นบุคคลอันตรายที่ไม่น่าคบหาด้วยเอาซะเลย

9. เป็นผู้ฟังที่ดี
สิ่งหนึ่งที่ควรทำอย่างมากถึงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้นั่นก็คือ การเป็นผู้ที่รับฟังปัญหาที่ดี รับฟังด้วยความเข้าอกเข้าใจและมีเหตุมีผล ไม่ใช้อารมณ์ร่วมในการตัดสินเรื่องราวที่เกิดขึ้น อย่างน้อย ๆ ให้คิดซะว่าเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะถ้าเป็นเราที่มีปัญหาบ้าง ก็คงจะย่ำแย่อยู่ไม่น้อย.. จริงไหม ?
10. รู้จักให้อภัย
เรื่องอะไรที่แล้ว ๆ มาซึ่งผิดใจกันหรือเข้าใจไม่ต้องกันก็ขอให้ปล่อย ๆ ไปบ้าง อย่าถือสาหรือเก็บเอามาเป็นความเครียดแค้นให้หนักสมองและหมองใจ จะไม่มีสิ่งใดติดค้างในใจเราอีกต่อไป การรู้จักให้อภัยเป็นสิ่งที่ทำให้โลกสดใส เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ ถ้าโกรธใครหรือมีความคิดในแง่ลบกับใครก็ลืม ๆ ไปบ้าง อย่าเก็บมาคิดให้เสียความรู้สึกเลย ปล่อยไปเถอะ แล้วคุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว
11. ไม่เป็นครูที่หวงวิชา
เรื่องไหนที่เขาไม่ถนัด หรือยังทำได้ไม่คล่องมือ แต่คุณคุ้นเคยและชำนาญการก็ลองสอน ๆ เขาไว้บ้าง คนเราเกิดมาไม่ได้รอบรู้ไปซะทุกด้าน ในมุมกลับกันคุณเองก็อาจจะมีเรื่องที่คุณไม่รู้แต่เขารู้ก็เป็นได้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนความรู้กันไป จะเข้าท่าเป็นที่สุด
12. มีแรงบันดาลใจดี ๆ
การมีแรงบันดาลใจดี ๆ จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยให้สามารถจัดการเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงกระตุ้นให้ตัวเองได้มีความรู้สึกที่ดี ๆ อยู่เสมอ ๆ ฉะนั้นแล้ว มองหาสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตและลองเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ดี ๆ อยู่เสมอ ๆ แล้วแรงบันดาลใจพร้อมแรงกระตุ้นดี ๆ จะตามคุณเข้ามาเอง
13. มีสมาธิ
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ การมีสติ มีสมาธิอันแน่วแน่ ก็จะนำมาซึ่งความประสบความสำเร็จอยู่เสมอ ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ทั้งเรื่องการเรียน หน้าที่การงาน และอื่น ๆ อีกสารพัดสารเพ ก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ มุ่งมั่น ตั้งใจ มีสติ จดจ่อและแน่วแน่เข้าไว้ รับรองเลยว่าความสำเร็จจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
14. รู้จักจดจำในเรื่องสำคัญ ๆ
ในชีวิตนี้มีเรื่องราวมากมายให้ต้องจดจำกันมากมาย ไหนจะวันเกิดของคนสำคัญ เรื่องสำคัญที่ต้องทำ และเรื่องอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ฉะนั้นแล้วจดจำให้ดี ถ้ากลัวลืมจดบันทึกไว้ หรือจะเมมใส่ในโทรศัพท์ไว้ก็ได้ จะได้เป็นเครื่องช่วยจำเพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดเรื่องสำคัญ ๆ ในชีวิต
15. ซื่อสัตย์กับตนเอง
หลาย ๆ คนอาจจะบอกว่าทุกวันนี้ก็ซื่อสัตย์กับตัวเองดีอยู่แล้ว จะมาบอกกล่าวกันทำไม แต่เชื่อได้เลยว่า กว่า 80 % มักจะหลง ๆ ลืม ๆ และไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวง่าย ๆ เช่น การปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่พอมีเงินเข้าหน่อย หรือเจอของลดราคาถูกใจ ก็อดใจไม่ไหวเป็นอันต้องเสียเงินไปจนได้ ดังนั้นแล้วพยายามซื่อสัตย์กับตัวเองเข้าไว้ เพราะถ้าคุณทำได้ คุณก็จะสามารถให้ความซื่อสัตย์กับคนอื่น ๆ ได้ต่อไป
16. มีความอดทน
การมีความอดทนกับทุกสิ่งอย่าง ถือเป็นเรื่องดีที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ แม้ว่าจะรู้สึกย่ำแย่หรืออึดอัดมากเพียงใดก็ตาม การมีความอดทนจะช่วยให้คุณได้มองเห็นปัญหาในมุมมองที่มากขึ้น ซึ่งนั่นจะช่วยให้คุณหาทางออกในการแก้ไขเรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีทีเดียว

17. ตอบกลับด้วย อย่าเพิกเฉย
ถือเป็นข้อสำคัญที่ต้องใส่ใจและห้ามเมินเฉยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน การเรียน หรือเรื่องที่ต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คนอื่น ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการติดต่อกัน ข้อควรระวังที่ต้องหลีกเลี่ยงคือการเพิกเฉย เพราะการเพิกเฉยไม่เคยส่งผลดีอะไรเลย อาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่รู้เรื่องหรือทุกข์ร้อนกระวนกระวายใจขึ้นได้ ตอบกลับไปบ้าง เพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้เรื่องราวและความเป็นไปที่เกิดขึ้น ห้ามนิ่งเฉยเป็นอันขาด...จำไว้ !!
18. เรื่องไหนไม่สำคัญก็ปล่อย ๆ ไปบ้าง
ชีวิตนี้มีเรื่องให้คิดให้ทำมากมาย ฉะนั้นแล้ว คัดกรองเรื่องที่จะทำไว้บ้าง เรียงลำดับความสำคัญให้ดีว่าเรื่องไหนควรจจะจัดการก่อนหลัง ส่วนเรื่องไหนที่เป็นเรื่องไม่สำคัญอะไรมากมายนักก็ปล่อย ๆ ไปบ้าง อย่าเก็บมาทำให้เกิดความเครียดสะสม ชีวิตจะได้สบาย ๆ และลงตัวมากกว่าเดิม
19. สร้างสิ่งเซอร์ไพรส์
สร้างสีสันให้ชีวิตทั้งกับตัวคุณเองและคนรอบข้างด้วยการทำเซอร์ไพรส์ดี ๆ ขึ้นมาบ้าง อาจจะเป็นวันเกิด วันครบรอบ หรือวันสำคัญ ๆ ก็เข้าท่า การสร้างเรื่องเซอร์ไพรส์ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยให้คนอื่น ๆ ได้รู้ว่า อย่างน้อย ๆ ก็ยังมีคุณที่ยังคงให้ความสนใจกับตัวเขาอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อย่าได้มีเซอร์ไพรส์ให้บ่อยครั้งไปนัก ไม่งั้นจะกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปโดยปริยาย
20. มีความคิดแง่บวก
การมีความคิดในแง่ลบมักเป็นเรื่องที่ชวนหงุดหงิดอยู่เสมอ ฉะนั้นแล้ว คิดแง่บวกเข้าไว้ มองเรื่องต่าง ๆ ในแง่ดี ๆ อยู่เสมอ จะเป็นสิ่งที่เข้าท่ากว่ากันเยอะเลย เมื่อคุณมีความคิดหรือมุมมองต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวในด้านที่ดีแล้ว จะทำให้คุณมีความสุขตามมาด้วยอย่างแน่นอน
21. มีการวางแผนในเรื่องต่าง ๆ
การจะช่วยเหลือใครสักคนให้มีประสิทธิภาพและเป็นขั้นเป็นตอนก็ควรที่จะมีการวางแผนไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น การไปที่นู่นที่นี่ กินอาหารร้านนั้น ช้อปปิ้งร้านนี้ หรืออื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย วางแผนสักนิด จะช่วยให้จัดสรรชีวิตได้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ลงตัวและเป็นประโยชน์มากขึ้นตามไปด้วย
22. พูดคุยแบบปากเปล่า
การพูดคุยกันโดยตรงแบบปากเปล่าถามไถ่ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จะเป็นวิธีการที่ดีที่ช่วยให้เข้าใจได้อย่างง่าย ๆ และรวดเร็วที่สุด แต่ถ้าหากไม่สะดวกเจอหน้าพูดคุยหรือยังไม่พร้อมก็เขียนเป็นจดหมายหรือโน้ตเล็ก ๆ ดูก็ได้ วิธีนี้ก็ให้ความรู้สึกที่ดีเหมือนกันนะ

23. โลกสวยด้วยรอยยิ้ม
ลืมกันไปแล้วหรือยังว่าประเทศไทยของเราเป็น "สยามเมืองยิ้ม" ถ้ายัง ก็ช่วยกันสานต่อคำกล่าวนั้นก็เยอะ ๆ เถอะครับ ยิ้มเข้าไว้ ชีวิตนี้จะได้มีความสุข คิดง่าย ๆ เวลาที่เราเห็นใครสักคนยิ้มให้ เราก็จะรู้สึกดีและก็ยิ้มตามไปด้วยถูกไหมครับ ยิ้มเข้าไว้ เพราะยิ้มไม่เคยทำเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ ให้ ลองยิ้มด้วยความเต็มใจก็จะพบว่ามันช่างแฮปปี้ที่สุดเลย
24. ทำอาหารให้ทาน
ถ้าใครที่มีฝีมือหรือเสน่ห์ปลายจวักด้านการทำอาหาร ก็ลองลงมือทำเมนูจานเด็ดไปฝากคนรอบข้างดูสักมื้อ ทำอาหารที่เขาชอบและเป็นประโยชน์ เพื่อให้เขารู้ว่ามีคุณที่แคร์เขาอยู่ รับรองเลยว่า เขาจะต้องทานอาหารฝีมือคุณอย่างมีความสุขและหมดเกลี้ยงในชั่วพริบตาเลยทีเดียว
25. ติเพื่อก่อ
บางครั้งถ้าคุณมีความคิดที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนั้น ๆ ก็ลองเสนอมุมมองของคุณให้เขาได้ทราบบ้างก็ได้ หรือหากมีเรื่องไหนที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรก็ควรที่จะติเตียน เพื่อเขาได้รู้ตัวและนำไปปรับปรุงต่อไป
26. อย่าคาดหวังให้มากจนเกินไป
เคยคาดหวังกับอะไรบางอย่างแบบมาก ๆ จนผลสุดท้ายก็เจ็บเพราะสิ่งนั้นไม่เป็นดังที่หวังกันไหม ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ขอให้ชีวิตแบบพอดี ๆ อยู่กับความเป็นจริงให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะการคาดหวังกับบางสิ่งแบบมาเกินไป ไม่เคยช่วยให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ขึ้นเลย ค่อยเป็นค่อยไปจะดีเสียกว่า
ทั้ง 26 ข้อที่ได้กล่าวไปนั้น ถือเป็นเคล็ด (ไม่) ลับดี ๆ ที่เราขอยืนยันว่าจะช่วยให้คุณสามารถดูแลและเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นของคนรอบข้างคุณได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีทั้งกับตัวคุณและคนรอบข้างของคุณมาก ๆ เลยด้วย

http://albumvote.postjung.com/itf59.html

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

ผู้หญิง ตัดสินผู้ชายจากอะไร

Zubzip_8436ผู้หญิง ตัดสินผู้ชายจากอะไร

คุณดูเป็นยังไง

เขา จ้องมองเธอที่หน้าอกตลอดเวลา หรือเปล่า เขาเป็นคนที่มีอารมณ์ขันไม๊ หรือเป็นพวกที่ทำอะไรก็ดูแย่ไปหมด และเชื่อเถอะครับ เธอจะสังเกตุท้งหมดในสิ่งที่คุณเป็นตั้งแต่นัดแรกเลยละครับ

คุณเหมือนแฟนเก่าไม๊

เธอ มักจะเปรียบเทียบทุกอย่าง กับคนรักที่ผ่านมาของเธอ "สิ่งที่ผู้หญิงต้องการ จะมีพื้นฐานมาจาก ประสพารณ์ของชีวิตคูที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็น ในทางที่ดี หรือว่าในทางที่ไม่ดี" Kauffman ให้คำแนะนำเอาไว้ว่า ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอพูดถึงแฟนเก่า ตั้งใจฟังให้ดีนะครับl.

คุณยังฝังใจกับอดีตหรือเปล่า

เธอต้องการทั้งหมดของคุณ หัวใจทั้งดวงของคุณ ไม่เหลือที่ให้ไว้กับความรู้สึกที่ผ่านมาในอดีต

รู้จักพูดและรู้จักฟัง (มากกว่าพูด)

แม้ ว่าตามปกติแล้ว ผู้หญิงจะเป็นคนที่พูดมากกว่า ร้อยละ 80 ของบทสนทนาระหว่างคุณกับเธอ ดังนั้นพยายามให้แน่ใจนะครับ ว่าร้อยละ 20 ที่คุณมีโอากสได้พุดนั้น มีสาระสำคัญ โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ของคุณ

ความใจกว้าง

ผู้หญิง นะครับมีความสามารถพิเศษในการที่จะโยงเรื่องหนึ่ง ไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง เช่นการที่คุณให้ tip และ การพนันว่าแมวจะจมน้ำตายหรือเปล่า ไปสุ่การสัดว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจอย่างไร

เข้าใจเธอ และชื่นชมในความเป็นเธอ

ถ้า คุณไม่สามารถรับรู้คุณค่าในความเป็นเธอ ไม่สามารถที่จะเข้าในความคิด หรือแม้กระทั่งอะไรคือความทะเยอทะยานของเธอ ผมว่าคุณสอบตกแล้วละครับ เริ่มต้นใหม่ดีกว่าครับ พูดคุยกันให้มากขึ้น ถามเธอให้มากขึ้น และตั้งใจฟังอย่างแท้จริง

คุณเปิดกว้างเรื่องความสัมพันธ์

แต่คุณยังไม่คิดว่ามันยังไม่จำเป็นเอาละครับ ถ้าคุณตกข้อนี้ข้อเดียว ข้ออื่นไม่ต้องพูดถึงแล้วครับ

คุณรักษาสัญญาหรือเปล่า?

ถ้าจากประสพการณ์ที่ผ่านมา คุณดูไม่น่าเถือเอาสียเลย แล้วเธอจะไว้ใจคุณกับชีวิตที่เหลือได้อย่างไร . .

ที่มา  http://www.artsmen.net

10 วิธีปราบแฟนนอกใจ

T210611_03P_r10 วิธีปราบแฟนนอกใจ จะ ทำอย่างไร ถ้าจับได้ว่าแฟน "นอกใจ" การนอกใจ ไม่ได้แปลว่าเค้าหมดรัก ลองอ่าน ทางนี้ ถ้าจับได้ว่าแฟนของคุณ แอบปันใจ ให้คนอื่น ต่อให้เป็นใครก็ทำใจได้ยาก หากจับได้ว่า แฟนหนุ่มสุดรัก แอบปันใจ ให้คนอื่น เฮ้อ ! แถมเรื่องแบบนี้นี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุสำคัญ ทำให้ความรักของคู่รัก บางคู่ต้องอับปางลง

ลอง ถ้าต้องเจอสถานการณ์ เลวร้ายแบบนี้ แต่คุณยังรักเค้าอยู่ ขอเตือนคุณผู้หญิงทั้งหลาย ว่า อ๊ะ ! อย่านะ อย่าปล่อยให้อารมณ์หึงหวง อยู่เหนือเหตุผล เพราะไม่แน่ว่า เรื่องร้าย อาจจะกลายเป็นดี ทำให้คุณและเค้า เข้าใจกัน ยิ่งกว่าเดิม (ก็ได้นะ)

เรา มีคำแนะนำดี ๆ กับ10 วิธีการปฎิบัติตัวที่ ถูกต้อง ที่รวบรวมมาจาก "ผู้มีประสบ การณ์" (ที่ขออนุญาต ไม่เอ่ยนาม) มาดูกันว่าทำอย่างไร เค้าจึงสามารถฟันฝ่ามรสุม ปัญหารักแบบนี้มาได้

1.อย่าโวยวาย
เริ่ม จาก นับ หนึ่ง สอง สาม ในใจ. แล้วนิ่ง เฉยไว้ก่อน อย่าปล่อยให้อารมณ์หึง ทำให้ คุณหุนหันพลันแล่น ตีโพยตีพายไปก่อน หรือปล่อยให้ความเสียใจ ทำให้คุณ ตัดสิน ใจอะไรผิด ๆ เรื่องแค่นี้อาจเป็นความ ผิดพลาด ชั่วครั้งชั่วคราว ยิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ ไว้ก่อนยิ่งดี

2.ห้ามใช้วิธีรุนแรงโดยเด็ดขาด
พยายาม ทำตัวเป็นนางเอกเข้าไว้ (อย่าเป็น นางร้ายซะเอง) ข่มใจไว้ อย่าลุกขึ้นอาละวาด หรือทำร้ายฝ่ายตรงข้าม เพียงเพราะต้องการ แก้แค้นให้สาสม กับที่คุณเจ็บปวด เพราะ มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ซ้ำร้ายมันอาจทำให้ ปัญหาลุกลามใหญ่โต

3.คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต
ถ้า เค้าจะนอกลู่นอกทาง ไปตื่นเต้นกับ ของใหม่ ก็ปล่อย ๆ ไปบ้าง แต่ที่สำคัญคือคุณ ต้องแสดงให้เค้าเห็นว่า เราเป็นผู้หญิงที่มี คุณค่า และเหมาะที่จะเป็นภรรยา และแม ่ของลูกมากที่สุด ของดี ใคร ๆ ก็อยากได้ จริงไหม ทำดีต่อเค้า ให้มาก เพื่อพิสูจน์ว่า คุณยอมรับเค้าได้ในทุกเรื่อง

4.อย่ามัวแต่ระแวง
การนอก ใจ แม้จะร้ายแรง แต่ไม่ถึงขั้น "ฆ่าคนตาย" นะจ๊ะ ถ้าต่อจากนั้น คุณเอาแต่ จ้องจับผิดว่าเค้าจะไปไหน ทำอะไร กับใคร คอยเช็คไปซะทุกเรื่อง มันก็ยิ่งทำให้เค้า เบื่อหน่าย และรำคาญ (แทนที่จะสำนึกผิด) แค่แสดงให้เค้ารู้ว่าเรารู้ แต่นิ่งเฉยไว้ ปล่อยให้สำนึกผิดเองได้ผลกว่า

5.ไร้ประโยชน์ที่จะฟื้นฝอย หาตะเข็บ
จำ ไว้ว่าการขุดคุ้ยอดีต ที่เป็นแผลของ อีกฝ่าย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งไม่ได้ ประโยชน์ และรังแต่จะตอกย้ำให้ สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น กลายเป็นชนวน ของการทะเลาะเบาะแว้งกันไปปล่าว ๆ และยิ่งตอกย้ำว่าคุณยังฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

6.การให้อภัย
แม้ ว่า"การให้อภัย" จะเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด อย่างหนึ่งในชีวิตคนเรา แต่ถ้าการที่เราเลือก ที่จะคบใครสักคน และจะประคองความรัก ไปให้ตลอดรอดฝั่ง ก็ควรยกโทษให้กับคนที่ เรารัก เพราะเค้าเองก็เป็นแค่คนธรรมดา คนหนึ่ง ที่ทำผิดพลาดได้เสมอ

7.อย่าประชดชีวิต
ควร วางตัวเองให้มีคุณค่า อย่าคิดประชดคนรัก ด้วยวิธีเดียวกัน คือหันไปหาคนอื่นบ้าง เพราะ วิธีนี้จะทำให้เค้าเป็นฝ่ายเลือก ที่จะไปหาคนอื่น การใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ใช้ไม่ได้ผล กับความรักนะจะบอกให้

8.เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น
อย่า ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทำตัวให้ดูดี ดูสวยเข้าไว้ เอาแบบที่รียกว่า แม้แต่คนรักของคุณยังตาค้าง ผมที่ยุ่ง ๆ ฟู ๆ ก็จัดการซะให้เรียบร้อย เช็ด คราบน้ำตาทิ้ง แล้วหันมาเอาใจใส่ให้สวยปิ๊ง ดีกว่าเป็นไหน ๆ เราไม่ใช่ของตายของใคร นะเออ

9.หันหน้าเข้าหากัน
สาเหตุ ของการนอกใจ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหา ระหว่างคุณและเค้า ซึ่งคุณเองอาจมีข้อบกพร่อง ในบางสิ่ง ควรหันมาพูดคุยกัน เพื่อปรับความ รู้สึกเข้ากับอีกฝ่าย รวมทั้งให้เวลาและเอาใจใส่ คนรักให้มากขึ้น

10.ไม่ควรเอาเรื่องนี้ไปประจาน กับคนอื่น
ปัญหา นี้เป็นเรื่องของคนสองคน ระหว่างคุณ และเค้า ทางที่ดีอย่านำความผิดของเค้าไป โพนทะนา หรือประจานให้เพื่อนหรือบุคคล ใกล้ชิดฟัง เพราะจะทำให้คนรักของคุณ รู้สึกเสียหน้า และเข้าหน้าคนใกล้ชิดของคุณ ไม่ติดแล้ว แม้ว่าต่อไปเค้ากับคุณจะคืนดีกัน หรือไม่ก็ตาม

วิธี ง่าย ๆ แต่ทำใจ ปฎิบัติยากข้างต้น นอกจากจะสามารถแก้ไขเรื่องร้าย ให้กลับกลาย เป็นดีแล้ว เมื่อปัญหาคลี่คลาย คุณจะพบว่าความดี และความอดทนของคุณ จะทำให้เค้าและ คุณ เข้าใจกันและกันมากขึ้น

ใน ทางตรงกันข้าม ฮึ่ม! ถ้าทำขนาดนี้แล้ว เค้ายังไม่เห็นความดีของคุณหล่ะก็ ขอแนะนำว่า คุณเองก็ควรเริ่มเล็ง ๆ ที่จะเปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ ที่ดีกว่าบ้างก็ดี ยังไงก็ "อย่ารักคนอื่น มากกว่ารักตัวเองนะจ๊ะ" ...

ข้อมูลจาก Ladytip.com

วิธีมัดใจหนุ่มแต่ละวัน

T180511_05C_rวิธีมัดใจหนุ่มแต่ละวัน

หนุ่มวันอาทิตย์
ต้อง ยกให้เป็นหนุ่มมั่นแห่งปีเลยล่ะ เพราะเขามีความเป็นผู้นำ และความทะเยอทะยานสูง จึงไม่แปลกที่เขาจะกลายเป็นดาวเด่นในกลุ่ม หนุ่มวันนี้น่ารักตรงที่ชอบเทคแคร์ และปกป้องดูแลผู้หญิงของเขา ที่สำคัญเอาอกเอาใจเก่งที่เป็นหนึ่งเลย
how to get love
เขา รักอิสระสุดๆ ไม่ยอมผูกมัดตัวเองไว้กับใครง่ายๆ หรอกนะ แต่ถ้าเขาเกิดรักใครแล้วล่ะก็ รับประกันได้เลยว่า รักเดียวใจเดียวแน่นอน เพราะฉะนั้นสาวขี้หึงและจอมงอแงจึงไม่อยู่ในสายตาของเขา ถ้าอยากกุมหัวใจเขาให้ได้ ต้องทำตัวให้เป็นสาวมั่นไม่ธรรมดาซะก่อน คือดาวเด่นที่ดูแลตัวเอง รับรองสยบเขาได้แน่นอน

หนุ่มวันจันทร์
โอ๊ะ โอ เราเจอหนุ่มช่างฝันตัวจริงซะแล้ว ก็หนุ่มวันจันทร์น่ะ เขาทั้งอ่อนหวานน่ารัก แล้วก็เป็นคนติดบ้านยิ่งกว่าใคร แถมเรียบร้อย สุภาพ และรักสันโดษอีกต่างหาก เขาชอบแต่งบ้านและรักต้นไม้เป็นพิเศษ แล้วยังเป็นหนอนหนังสืออีกด้วย
how to get love
หนุ่ม วันจันทร์ขอบายสาวเจ้าชู้เป็นอันดับแรก ส่วนหนึ่งเพราะเขาขี้หึงไม่แพ้ใคร ดังนั้นสาวที่เขาจะชอบ ต้องเป็นสาวที่มีความรู้สึกมั่นคง มองโลกในแง่ดี ไม่ก้าวร้าว และที่สำคัญที่สุด ต้องเข้ากับที่บ้านของเขาได้ โดยเฉพาะกับคุณแม่ของเขานั่นล่ะ

หนุ่มวันอังคาร
เป็น หนุ่มสังคมตัวฉกาจเชียวนะจ๊ะ เขาชอบเฮฮา และเป็นขาดื่มเลยล่ะ หาเขาได้ตามผับหรือปาร์ตี้สุดเหวี่ยงสักงาน แถมยังรักการผจญภัยและความตื่นเต้นเป็นที่หนึ่ง นอกจากนั้นหนุ่มวันนี้ยังชอบออกกำลังกายให้ดูมาดแมนอยู่เสมอ เรียกว่าเสน่ห์เหลือเฟือเชียวล่ะ
how to get love
เขา เป็นคนเข้มแข็งและชอบคุ้มครองสาวที่เขารัก ในขณะเดียวกันเขาก็ชอบให้คนที่เขารัก เอาอกเอาใจเขา เพราะฉะนั้นจงสวมบทสาวน้อยผู้บอบบางให้เขาได้ปกป้องดูแล และหัดทำตัวเป็นสาวใจกว้าง ไม่จุกจิกจู้จี้จุกจิก แต่คอยเอาอกเอาใจเขาตลอดเวลา รับรองได้เลยว่า งานนี้ไปไหนไม่รอด

หนุ่มวันพุธ
อารมณ์ ดี รักต้นไม้และสนใจเทคโนโลยีไปพร้อมๆ กัน เขารักการเจรจา สื่อสาร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แถมยังเป็นหนุ่มที่มีความมั่นคงทางความคิด เพราะเขาจริงจังกับเรื่องโดยเฉพาะเรื่องความรัก เขาต้องการและเป็นรักเดียวด้วยนะ
how to get love
เขา ชอบสาวฉลาด ไม่สวยไม่ว่า แต่ต้องเป็นคนที่พร้อมจะเคียงข้างและเป็นกำลังใจให้เข้าได้ตลอดเวลา หนุ่มวันพุธมักเริ่มต้นความรัก ด้วยการเป็นเพื่อน แต่เขาจะแพ้ความดีและความจริงใจ สาวไหนอดทนรอได้ รับรองเขาเทใจให้แถมมั่นคงสุดๆ

หนุ่มพฤหัสบดี
สาว ที่มองหาหนุ่มโรแมนติก ไม่ควรมองข้ามหนุ่มวันนี้เด็ดขาด แถมหนุ่มวันพฤหัสยังเป็นหนุ่มที่มีเสน่ห์ในเรื่องอารมณ์ขันอีกด้วย เขาจะยิ้มหรือหัวเราะแบบเปิดเผยสุดฤทธิ์ นอกจากนั้นยังเป็นหนุ่มที่รักการเดินทาง เป็นชีวิตจิตใจเพราะเขาน่ะ หลงเสน่ห์อิสระเสรีแห่งโลกกว้างเข้าซะแล้ว
how to get love
เพราะ ความรักอิสระของเขานี่แหละ ทำให้เขาไม่ยอมลงจอดที่ไหนเป็นหลักแหล่งเลย ดูเหมือนโปรยเสน่ห์เอาไว้ซะทั่ว แต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนรักใครยากแต่รักจริง สาวๆ ที่จะเข้าตาเขาจึงต้องใจกว้าง ไม่ตามใจเขาแจ ค่อยๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเขา แบบเพื่อนที่รู้ใจ อย่าทำให้เขาจับได้เด็ดขาดว่ากำลังรุกอยู่
หนุ่มวันศุกร์
และ แล้วก็ถึงคิวของหนุ่มเจ้าสำอางค์ มีรสนิยม เพราะหนุ่มวันศุกร์น่ะ เป็นหนุ่มที่ทันสมัยและโฉบเฉี่ยวบาดใจ หาเขาได้ตามร้านเสื้อผ้าชั้นนำ ร้านทำผมหรือตามจุดนัดพบสุดฮอต นอกจากนั้นเขายังรักงานศิลปะและดนตรีอีกด้วย ไม่แน่ใจว่าเขาอาจเป็นหนุ่งหนุ่มที่สาวๆ กำลังกรี๊ดกันสุดฤทธิ์ก็เป็นได้นะจ๊ะ
how to get love
ต้อง ทำใจหน่อยนะถ้าหลงหนุ่มวันนี้เข้า เพราะเขาเสน่ห์แรงจนคู่แข่งเยอะไปหมด เพราะฉะนั้นการเปิดใจให้เขารู้ไว้ก่อนเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุด แต่ต้องมีชั้นเชิงและมั่นใจเป็นพิเศษนะ ประมาณว่าฉันง้อเธอนะ แต่ฉันก็ยังเปิดโอกาสให้หนุ่มอื่นอยู่ด้วยล่ะ ทำตัวให้เจ๋งเข้าไว้ แล้วเขาจะหันมาล่าเราในไม่ช้านี้

หนุ่มวันเสาร์
ชอบ เก็บตัว ขี้อาย ไม่กล้าคุยกับสาวๆ เขาชอบอยู่ในที่ๆ เรียบหรู ดูดี ที่ไหนมีคนวุ่นวาย เขาขอเซย์กู๊ดบาย แล้วนอนเล่นเกมอยู่ที่บ้านดีกว่า นอกจากนั้นเขายังเป็นคนที่ชอบศึกษาหาความรู้ หนุ่มเงียบขรึมที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด ก็มีแววว่าจะใช่เขาด้วยเหมือนกันนะ
how to get love
ก็ ขี้อายซะขนาดนี้ ถ้าจะรอให้เขาเป็นฝ่ายบุก เห็นทีจะรอเก้อ เพราะฉะนั้นสาวๆ ต้องใจกล้า เป็นขาลุยเข้าไปเองเลย แต่อย่ากระโตกกระตากนะจ๊ะ แค่ทำทีขอคำปรึกษาหรือเป็นเพื่อนกันไปก่อนเพราะถ้าเขาตกใจ อาจมีสิทธิ์วิ่งหนีไปได้ ก็หนุ่มวันนี้น่ะ เขาเทใจให้สาวน้อยแสนอ่อนหวานเท่านั้นนี่นา

อ่านใจหนุ่มในฝันจากโหงวเฮ้ง

T060711_04P_rอ่านใจหนุ่มในฝันจากโหงวเฮ้ง

รูป หน้าหนุ่ม ๆ แบบไหน ที่วางใจได้ ใครเจ้าชู้ ใครที่รักเดียวใจเดียว และมองอย่างไรถึงจะรู้ว่าเขาเลี้ยงเราได้ทั้งชีวิตรึเปล่า? เรามีคำตอบให้ ณ ที่นี้แล้ว!

การดูลักษณะใบหน้าคน หรือที่เราเรียกกันว่า "โหงวเฮ้ง" นั้น คือ ศาสตร์ชนิดหนึ่งที่ต้องมีทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติด้วยการสังเกต แต่เพื่อจะเจาะลึกว่าคุณผู้หญิงอย่างเราควรเชื่อหรือไม่เชื่อใจผู้ชายคนไหน ในแวบแรกที่เห็น เราจึงไปขอคำแนะนำจาก อ.รุ่งนภา อังคะสิริกุล ผู้เขียน "โหงวเฮ้ง ศาสตร์การอ่านคนจากใบหน้า" เจ้าของเว็บไซต์ Ngowheng.com

อ.รุ่งนภาแนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยศึกษามาก่อนเลย จะต้องมาเริ่มกันจากความหมายซึ่ง "โหงวเฮ้ง" แปล ว่า การดูลักษณะ 5 ประการ หากจะพูดถึงองค์ประกอบบนใบหน้าก็จะได้แก่ ตา จมูก คิ้ว และปาก นอกจากนี้ ยังดูความสมดุลด้วย เช่น หากเป็นคนตาโต คิ้วต้องหนา จมูกโต ริมฝีปากหนา และกว้าง หูใหญ่ นี่คือลักษณะที่สมดุลดี สำหรับลักษณะขององค์ประกอบต่าง ๆ เราอาจดูโหงวเฮ้งคนได้คร่าว ๆ ดังนี้


หู บ่งบอกต้นชีวิต

หมาย ถึงชาติกำเนิด ลักษณะของใบหูที่ดีต้องมีเนื้ออิ่มเต็ม มีวงขอบหูที่แบ่งด้านในกับด้านนอกเป็นสัดส่วนชัดเจน ติ่งหูมีเนื้ออิ่มเต็ม มีกระบังหูและรูหูไร้ตำหนิ นี่แสดงว่ามีชาติตระกูลดี ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว คนที่มีหูแนบไปกับใบหน้าจะเป็นคนที่จริงจัง วางแผนด้านการเงินดี ติดโลภไปบ้าง แต่ดีกว่าคนหูกางและบางซึ่งเก็บเงินไม่อยู่ (หากหูกางแต่หนาก็ถือเป็นหูที่ดี) ส่วนคนที่มีใบหูยาวเท่ากับคิ้วจนถึงปลายจมูกพอดีถือว่าเป็นใบหูแห่งโชคลาภ ส่วนติ่งหูถือเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความรักและกามารมณ์มากที่สุด คนที่มีติ่งหูเนื้ออิ่มเต็มเป็นสัญลักษณ์ว่ารักความโรแมนติก เจ้าชู้ ส่วนติ่งหูหนาใหญ่แสดงถึงพลังทางเพศที่สูงและเจ้าชู้เช่นกัน

จมูก ชี้ชัดเรื่องความรัก

ดั้ง จมูก แทนอำนาจ การงาน ปลายจมูกแทนการเงิน ส่วนปล้องตรงกลางจมูกแทนความรัก ทั้งสามส่วนรวมกันเรียกว่าสันจมูก หากสันจมูกตรงนั้นหมายถึงเจ้าตัวมีวาสนา ได้คู่ดี หรืออาจได้คู่ รวย สวย หล่อ คนที่มองไม่เห็นรูจมูกนั้น แสดงว่าตระหนี่ถี่เหนียว หากจมูกงองุ้มเข้าไปแปลว่าเป็นคนหายใจเข้าออกเป็นเงินเป็นทองกลับกัน คนที่เรามองหน้าและเห็นรูจมูกได้ชัดเจน จมูกเป็นกระดูกไม่สมส่วนกับใบหน้าจะชี้ว่าไม่รอบคอบด้านการเงิน หากมีไฝแดงอยู่ที่ปล้องจมูกจะช่วยส่งเสริมในด้านความรักกับเพศตรงข้าม

ปาก กองประชาสัมพันธ์

ปากคือตัวแทนด้านสติปัญญา ในการดูโหงวเฮ้งเกี่ยวกับปากจะดูลักษณะสามประการ ได้แก่ น้ำเสียง รูปปาก และฟัน

น้ำเสียง

ผู้ชาย เป็นเพศที่เสียงสำคัญมาก เพราะเสียงคือพลังในการต่อสู้ชีวิตและบ่งบอกถึงสุขภาพภายใน สำหรับผู้ชายที่ต้องเป็นช้างเท้าหน้านั้น เสียงควรกังวาน สดใส พูดจาไม่กรรโชก และไม่ควรมีเสียงแตกพร่าซึ่งชี้ว่าสุขภาพไม่ดี ส่วนผู้ชายที่เสียงเหมือนผู้หญิงก็จะมีชะตาชีวิตที่ไม่ดีเช่นกัน เสียงที่ดีต้องฟังได้ศัพท์จับได้ความ ไม่ใช่เสียงอู้อี้ หรือเสียงที่ไม่แสดงความชัดเจนออกมา

รูปปาก

เสมือน กองประชาสัมพันธ์ การดูปากสามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ปากที่ดีจะเป็นรูปกระชับและมีหยักตรงกลาง มุมปากช้อนขึ้น ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เราเห็นคนมุมปากตก นั่นอาจเป็นเพราะเขามองโลกในแง่ลบ ชอบพูดให้คนอื่นเสียหาย หรือพูดนินทาส่อเสียดให้ร้าย ในขณะที่ผู้มีปิยวาจาดีมักจะมีรูปปากสวย

ฟัน

หาก เราอยากรู้ว่าหนุ่มคนนี้ จะมีการเงินที่ดีไปถึงบั้นปลายชีวิตรึเปล่าต้องดูที่ฟัน ผู้ชายที่มีฟันดี เรียงกันเป็นระเบียบเหมือนเม็ดข้าวโพด ไม่เก ไม่หลอ แสดงว่ามีระเบียบวินัยทางการเงิน จัดแจงเก็บเงินได้ เพราะแม้ว่าผู้หญิงสมัยนี้จะไม่รอให้ผู้ชายเลี้ยง แต่อย่างน้อยเค้าก็ต้องไม่เบียดเบียนคนรัก

คิ้ว ม่านของดวงตา

ดวง ตา หมายถึงพระจันทร์ และคิ้วก็คือเมฆซึ่งต้องดูโหงวเฮ้งคู่กับดวงตา ถ้าตาโตคิ้วก็ต้องหนา หรือหากตาเล็กและคิ้วหนา หรือตาโตแต่คิ้วบาง ก็คือไม่สมดุลไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หากคิ้วไม่สมดุลก็จะบ่งบอกถึง การควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ใจร้อน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

ดวงตา หน้าต่างของจิตใจ

ดวง ตาที่ดีที่สุดจะต้องเป็นตาที่ดูมีเมตตา เป็นมิตรกับผู้อื่น ส่วนอันดับสองคือตายิ้มหรือตารับแขก ในขณะที่บางคนอาจเป็นตรงกันข้ามคือมีแววตาเป็นศัตรูกับผู้อื่นคนกลุ่มนี้นอก จากปากจะไม่ยิ้มแล้ว ยังมองผู้อื่นแบบไม่เป็นมิตร มองด้วยความสงสัย หรือเป็นคนที่ใช้ปลาย หางตามองคน ส่วนตาที่ไม่ซื่อสัตย์ เวลาคุยด้วยแล้ว มักจะไม่มองตา หลบสายตา หรือลอกแลก

กลุ่ม ดวงตาของคนเจ้าชู้ทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย จะเป็นคนที่มีดวงตาหวานซึ้ง ตาเซ็กซี่ และตาง่วงนอน แม้ว่าตาเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่บ่งบอกถึงความมีเสน่ห์กับเพศตรงกันข้าม อย่างที่เราสังเกตได้ว่าเรามักจะเห็นคนตาหวานหล่อหรือสวย ทั้งที่นี่คือดวงตาของคนที่ ไม่รู้จักพอในเรื่องความรัก รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม ส่วนหางตาหมายถึงพลังทางเพศสูงไฝในบริเวณนี้จะเสริมด้านความรัก ถ้าเป็นผู้หญิงก็มีแนวโน้มจะได้คนรักเด็กกว่า

ส่วน ผู้ชายจะเป็นคนเจ้าชู้มาก นอกจากอุปนิสัยแล้ว แววตายังสื่อถึงอารมณ์ได้อย่างชัดเจน หากคนที่เราคุยด้วยมีแววตาเปลี่ยนแปลงหลายอารมณ์ นั่นคือเค้าไม่สามารถควบคุมจิต พอจิตใจไม่นิ่งก็จะควบคุมชะตาตัวเองไม่ได้ เพราะตาคือประตูของชีวิต

อย่าง ไรก็ดี แววตาที่บ่งบอกเรื่องอารมณ์ก็เป็นแขนงหนึ่ง ความจริงก็คือคุณไม่สามารถแก้แววตาได้ เพราะพันธุกรรมและกันบึ้งของจิตใต้คุณเป็นตัวกำหนด

องค์ประกอบอื่น ๆ ที่สามารถร่วมได้

รูปร่าง

หาก มีหน้าใหญ่ ตัวต้องโต ขา แขน มือ เท้า และลำคอก็ต้องใหญ่ คือให้ใหญ่สมส่วน ผู้ชายร่างเล็กก็ไม่เป็นไรหากมีรูปร่างสมส่วน เช่น ถ้าผู้ชายเตี้ย หน้าต้องกลม คอสั้น นิ้วมือนิ้วเท้าสั้นและป้อมเหมือนนิ้วเด็ก อันนี้จะเป็นลักษณะของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ เพราะความสมดุลนั้นบ่งบอกถึงการควบคุม อารมณ์ และจิตใจ อย่างเช่น เสมอต้นเสมอปลาย เคยขยันอย่างไรก็ยังขยันอยู่อย่างนั้น มีระเบียบวินัยในการทำงานและการเก็บเงินด้วย

หน้าผาก

หน้า ผากจะบ่งบอกถึงสติปัญญา ผู้ชายต้องมีหน้าผากกว้าง เพราะจะแสดงว่ามีความเป็นผู้นำของครอบครัว กว้างในที่นี้คือเท่ากับหนึ่งฝ่ามือ เหมือนกับที่เรียกว่าหัวเถิก ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้ชายยิ่งเถิกยิ่งดี ซึ่งเขาควรเปิดหน้าผากเอาไว้รับโชคทางด้านการงาน

ใน ทางกลับกัน ผู้หญิงที่หน้าผากกว้างจะเป็นผู้หญิงที่ต้องแบกภาระ เป็นช้างเท้าหน้า ต้องเหนื่อยไปตลอดชีวิต กลุ่มนี้ควรจะแต่งงานหลังจากที่อายุ 30 ไปแล้ว เพราะมักจะมีความคิดอ่านเหมือนผู้ชายและมีความกระด้างอยู่ในตัว เชื่อมั่นในตัวเองสูง โอกาสหย่าร้างจึงสูงตาม คืออาจจะเก่งในเรื่องการทำงานแต่ไม่ฉลาดเรื่องการครองเรือนจึงมักจะไม่สม หวังด้านความรัก ต้องรอให้อายุมากขึ้น เพื่อจิตใจจะได้พร้อม หรือไม่ก็ควรไว้ทรงผมแบบปิดหน้าผาก

ผิว

ไม่ เกี่ยวกับสีผิว แต่ต้องดูที่ความขรุขระของผิว ผู้ชายที่มีผิวขรุขระมักจะเป็นคนที่เข้มแข็ง สู้ชีวิต ขยัน กล้าสู้กับความยากลำบาก ตรงกันข้ามกับผู้ชายที่ผิวเนียนอิ่มเอิบดูแล้วสบายตา เหมือนผู้หญิง เขาจะชอบออดอ้อนฉอเลาะ ไม่เป็นผู้นำครอบครัว และอาจกลายเป็นลูกแหง่ของเราแทน

ผู้ชาย ควรจะมีเอกลักษณ์แบบผู้ชาย แต่หนุ่ม ๆ สมัยนี้เปลี่ยนไป เรียกได้จะเป็นตุ๊ด ก็ไม่ใช่ ชายก็ไม่เชิง พอเป็นเช่นนี้วิถีชีวิตของเค้าก็จะเปลี่ยนเพราะหยินหยางที่อยู่ในร่างกายไม่ มีความสมดุล ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ ซึ่งอาจจะระเบิดเมื่อไหร่ก็ได้

สาว ๆ ที่อยากเลือกคู่ ตามตำราโหงวเฮ้งบอกว่า บวกกับบวกอาจกลายเป็นลบ และลบกับลบอาจกลายเป็นบวกได้ ผู้ชายหล่อไม่ได้แปลว่าเขามีน้ำใจ ส่วนผู้ชายที่ไม่หล่อแต่รู้จักทำมาหากินอาจจะไม่สร้างความกลุ้มใจกับแฟนหรือ คนรักเลยก็ได้

เทคนิคในการหา...คู่แท้

sex เซ็กส์ sexy xxx ความรัก เพื่อน การดูแลความสัมพันธ์

เคย มั้ย...ไม่ว่าจะจริงจังกับรักครั้งนี้แค่ไหน แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็จบลงด้วยคำว่า "เลิกรา" จนบางครั้งคุณก็รู้สึกท้อแท้ และสิ้นหวงในความรัก ขณะที่อีกใจคุณก็เชื่อว่าคู่แท้ของคุณต้องอยู่ที่ไหนซักแห่ง แต่ปัญหาคือ เมื่อไหร่คุณจะเจอ "คู่แท้" ซะที วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" ขอเอาใจคนที่หัวใจมีรัก ด้วยเทคนิคการหา "คู่แท้" ฉบับย่อมาฝาก

1. หยุดที่จะมองหา
          เคยมั้ยที่คุณต้องเสียเวลามหาศาลไปกับการมองหาบางสิ่งบางอย่างที่สูญหายไป แต่ไม่ว่าหายังไงก็หาไม่เจอซะที เราขอแนะนำให้คุณหยุดมองหา เพราะบางครั้งยิ่งมองหาคุณกลับยิ่งหามันไม่เจอ ทฤษฎีนี้ก็เช่นเดียวกันกับการมองหาคู่แท้ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพยายามที่จะมองหาใครบางคน ดูเหมือนเขาจะยิ่งไกลออกไป ดังนั้น คุณควรหยุดที่จะพยายามมองหา และปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

2. อย่าพยายามที่จะทำตัวให้เป็นที่โปรดปรานของคนอื่น
          นี่เป็นข้อเท็จจริงสำหรับผู้หญิงทุกคน ที่พยายามจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นมีความสุข จนบางครั้งต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป ดังนั้น คุณต้องหันมาถามตัวเองก่อนว่าคุณต้องการคนที่เขารักคุณที่อะไร ในสิ่งที่คุณเป็น หรือสิ่งที่เขาอยากให้คุณเป็น

3. อย่าทำลายหรือลดศักดิ์ศรีของตัวคุณเอง
          หลายครั้งที่ผู้หญิงหลายคนพยายามถือคติสั้นหรือเอวต่ำเข้าว่า ด้วยการใส่บราเสริมหน้าอก และสวมกระโปรงสั้น ๆ เพียงเพราะพวกเธอหวังว่าสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้เธอกลายเป็นที่ดึงดูดใจของหนุ่ม ๆ ซึ่งแม้ว่าจะปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ว่า รูปลักษณ์ภายนอกสามารถทำให้หนุ่ม ๆ หันมามองหรือสนใจคุณได้ แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าหนุ่ม ๆ เหล่านั้น เป็นคนที่ใช้และเหมาะสมกับคุณ

4. หมั่นพัฒนาหรือปรับปรุงตัวเอง
          เพื่อให้ตัวเองดูดีที่สุดเสมอ เพราะคุณไม่จำเป็นที่จะต้องดูดีเพื่อใคร หรือในสายตาใคร และคุณจะพบว่าแค่คุณหมั่นดูแลตัวเองอยู่เสมอ ก็จะมีหนุ่ม ๆ เข้ามาหาคุณเอง

5. หยุดที่จะตั้งกรอบหรือสร้างกฎเกณฑ์ของคนที่จะมาเป็นคู่แท้ของคุณ
          การจดบันทึกสิ่งที่ต้องการล่วงหน้าไว้ อาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการไปจ่ายตลาด แต่ชีวิตคู่ของคุณมีสิ่งที่เหนือขอบเขตของลักษณะบุคลิกเฉพาะตัวเท่านั้น เพราะบางคนอาจวาดฝันว่าคู่แท้ของคุณต้องมีฐานะร่ำรวย สูงและหนักตามที่คุณจินตนาการไว้ แต่ในความเป็นจริง คุณต้องถามตัวเองว่าจะยอมเสียชีวตคู่ไปเพียงเพราะคู่แท้ของคุณมีความสูง น้อยกว่าที่คุณขาดไว้เพียงไม่กี่นิ้ว




กำเนิดโยคะ [ Origins of YOGA ]


โยคะ เกิดขึ้นที่อินเดียเมื่อประมาณ 4 - 5 พันปีที่ผ่านมา เดิมจะเป็นการฝึกเฉพาะโยคีและชนชั้นวรรณะพราหมณ์
เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย ต่อมาโยคะได้พัฒนาผ่านลัทธิฮินดู มายุคพุทธศาสนา ถึงยุคลัทธิเซนในประเทศจีน
โดยแท้จริงแล้ว โยคะไม่ได้เป็นศาสตร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็นศาสตร์สากลที่ศาสนาต่าง ๆ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่ง
ในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้น ๆ โยคะจึงเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะ หะฐะโยคะ( Hatha Yoga )
ซึ่งจัดว่าเป็น Modern Yoga ที่พัฒนามาจากการรวมแบบโยคะดั้งเดิม กับวิธีปฏิบัติของพระพุทธศาสนา



ความหมายของโยคะ [ Meaning Of YOGA ]

โยคะ หมายถึง การสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียว
หะฐะโยคะ (HATHA YOGA) เป็น 1 ในสาขาโยคะทั้งหมด หะฐะโยคะ จะใช้ศิลปการบริหารร่างกาย ภายใต้การควบคุมของจิตใจ
เกิดความสมดุลของพลังด้านบวกและด้านลบ โยคะจึงช่วยบรรเทาและบำบัดโรคได้
หะฐะโยคะ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนเห็นความสำคัญของ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี



โยคะท่าพื้นฐาน

ท่านมัสการ




ความหมาย


• นมัสการ หมายถึง ทำความเคารพ



วิธีปฏิบัติ


• ยืนหันหน้าไปทางพระอาทิตย์ เท้าชิด พนมมือ

• หายใจเช้าและยกแขนขึ้น ค่อยๆ เอนตัวไปข้างหลัง ยื่นแขนเหนือศีรษะ

• หายใจออกช้าๆ เอนตัวไปข้างหน้า ให้มือที่พนมอยู่สัมผัสพื้นจนกระ ทั่งมืออยู่ในแนวเดียวกับเท้าศีรษะสัมผัสหัวเข่า

• หายใจเข้า ก้าวเท้าขวาถอยหลังมา 1 ก้าว ให้มือและเท้า ยังคงอยู่กับพื้น เท้าซ้ายอยู่ระหว่างมือทั้งสองข้าง ยกศีรษะขึ้น

• ขณะหายใจออก ยกเท้าซ้ายเข้ามาชิดเท้าขวา แขนตรงยกสะโพกขึ้นให้ศีรษะ และแขนอยู่ในแนวเดียวกัน ทำท่าเป็นรูปโค้งขึ้น

• หายใจเข้าและค่อยๆ ลดสะโพกลงมาที่พื้น (ให้สะโพกอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย) ก้มตัวลงไปข้างหลังให้มากที่สุด

• หายใจออก และลดตัวลงมาที่เท้า เข่า มือ และอก สัมผัสพื้น

• หายใจเข้า และค่อยๆยกศีรษะขึ้น เงยศีรษะไปข้างหลังให้ได้มากที่สุด และโค้งกระดูกสันหลังไปให้ได้มากที่สุด เหมือนท่านาคอาสนะ

• ขณะหายใจออกช้าๆ และให้แขนอาสนะ ยกสะโพกขึ้น และให้ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกับแขน ทำเป็นรูปโค้งขึ้น

• หายใจเข้าช้าๆ และงอเข่าซ้าย ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือยังคงอยู่ที่พื้น วางเท้าซ้ายลงบนพื้นระหว่างมือทั้งสองข้าง ยกศีรษะขึ้น

• หายใจออกช้าๆ ให้มืออยู่ที่เดิม ดึงเท้าทั้งสองเข้ามาชิดกัน ให้อยู่แนวเดียวกับมือถ้าเป็นไปได้ ให้ศีรษะสัมพันธ์กับหัวเข่า

• หายใจเข้าช้าๆ และยกแขนขึ้น ค่อยๆเอนตัวไปข้างหลัง โดยยื่นแขนขึ้นเหนือศีรษะ ย้อนกลับไปตำแหน่งยังข้อ 1



ท่าชวังคอาสนะ




ความหมาย

• ในภาษาสันสกฤต ชว หมายถึง ทั้งหมด หรือ ทุกๆ อังคะ หมายถึง ร่างกาย ชวังคะ จึงหมายถึง ทำทั้งร่างกาย

ที่เรียกเช่นนี้เพราะเป็นท่าที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายทุกส่วน ท่านี้มักเรียกกันว่า ท่ายืนบนไหล่

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงายในท่า ศพอาสนะ

• หายใจเข้า วางฝ่ามือคว่ำลงบนพื้น ให้สะโพกอยู่บนพื้นขณะงอเข่าและดึงเข่าเข้ามาที่ท้อง หายใจออก

• หายใจเข้าช้าๆ กดฝ่ามือลง ยกลำตัวตั้งแต่ส่วนเอวขึ้นจากพื้น งอกระดูกสันหลังไปข้างหลัง และทำท่อนแขนให้ตรง ให้สะโพกอยู่บนพื้น

• หายใจเข้าแล้วในขณะหายใจออก ให้ยกขาตั้งฉากกับพื้น อาจใช้มือพยุงสะโพกไว้ หรือวางแขนไว้ลงกับพื้นตามถนัด

• ขาดชิด เข่าตรง นิ้วเท้าชี้ขึ้น ศีรษะตรงไม่หันไปด้านใดด้านหนึ่ง เก็บคางให้ชนหน้าอก

• หายใจเข้า ออก ช้าๆ ขณะคงท่านี้ไว้

• ทำย้อนกลับจากข้อ 6 จนกลับสู่ท่าศพอาสนะ



ท่าตรีโกณอาสนะ



ความหมาย

• คำว่า ตรี ในภาษาสันสกฤตหมายถึง สาม โกณ หมายถึง เหลี่ยมหรือมุม

ดังนั้น ท่านี้จึงเรียกว่า ท่าสามมุม หรือท่าสามเหลี่ยม

วิธีปฏิบัติ


• ยืนเท้าชิดแขนแนบลำตัว

• แยกเท้าออกจากกัน ให้ระยะห่างมากกว่าหนึ่งช่วงไหล่เล็กน้อย

• หายใจเข้าและยื่นแขนทั้งสองข้างออกให้ขนานกับพื้น ฝ่ามือคว่ำลง

• หายใจออกช้าๆ หันลำตัวไปทางซ้าย งอตัวที่ช่วงเอว ให้มือขวาลงไปที่แข้งซ้าย ฝ่ามือขวา วางไว้ข้างนอกของหน้าแข้งซ้าย

แขนซ้ายควรยื่นออกไปด้านบนขาและแขนทั้งสองข้างตรง โดยไม่ต้องงอเข่าและข้อศอก


• หันศีรษะขึ้นไปทางซ้าย มองไปที่ปลายนิ้วมือซ้าย หายใจเข้า และกลับไปสู่ท่าเดิม คือท่ายืน ให้แขนกางออก

• คงท่านี้ไว้ เท่ากับช่วงหายใจออก หายใจออกและทำซ้ำ ขั้นตอนที่ 4-7 สลับซ้าย



ศีรษะอาสนะ



ความหมาย

• คำว่า ศีรษะ หมายถึง หัว ในภาษาสันสกฤต ท่านี้คือ ท่ายืนด้วยศีรษะ ซึ่งได้รับความนิยมมากในการฝึกอาสนะ ไม่แพ้ท่าปทมอาสนะ

ด้านบนคือภาพโมกุลในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นภาพโยคีขณะทำท่าศีรษะอาสนะ

วิธีปฏิบัติ


• นั่งคุกเข่า ให้สะโพกอยู่บนส้นเท้า

• เอนตัวไปข้างหน้า วางแขนลงบนพื้น ให้ศอกห่างกัน 1 ช่วงไหล่ ประสานนิ้วมือเข้าไว้ด้วยกัน

• วางศีรษะลงบนพื้น ให้ท้ายทอยสัมผัสมือที่ประสานไว้

• ให้ปลายเท้าจิกพื้น ขณะยกส้นเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นจากพื้น

• คงท่านี้ไว้เป็นระยะเท่ากับการหายใจเข้า ถ้าไม่สามารถกลั้นหายใจได้ ให้ค่อยๆ หายใจออก และนอนราบกับพื้น กางขาออก กลับไปสู่ท่าศพอาสนะ



หลอาสนะ



ความหมาย

• หล แปลว่า คันไถ

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงาย แบบท่าศพอาสนะ

• หายใจเข้า วางฝ่ามือคว่ำที่พื้น ให้สะโพกอยู่บนพื้น งอเข่าเข้ามาจรดท้องขณะหายใจออก

• หายใจเข้า ขณะหายใจออกให้ยกขาขึ้นตั้งฉากกับพื้น คุณอาจใช้มือพยุงสะโพก หรือวางแขนราบไปกับพื้นแล้วแต่ถนัด

• หายใจออก แล้วยกขาขึ้นเหนือศีรษะ งอขาตั้งแต่ช่วงเอวลงมา ยกหลังและสะโพก จนนิ้วเท้าสัมผัสพื้นด้านหลังของศีรษะ รักษาเท้าให้ชิดกัน

หากใช้มือพยุงหลังให้ลองวางแขนราบไปกับพื้น ให้ฝ่ามือคว่ำลง ถ้าไม่สามารถวางแขนลงที่พื้นได้ให้ใช้มือพยุงหลังส่วนล่างไว้


• เข่าตรง หายใจช้าๆ และคงท่านี้ไว้สักครู่ ถ้านิ้วเท้าสัมผัสพื้นไม่ได้ ก็พยายามให้นิ้วเท้าอยู่ต่ำที่สุด

• ทำท่าย้อนกลับตั้งแต่ข้อ 5 ถึง 1 จนกลับไปสู่ท่าศพอาสนะเหมือนเดิม




ธนูอาสนะ




ความหมาย

• คำว่าธนู ในภาษสันสกฤต หมายถึง มีรูปร่างเหมือนคันศร โค้ง หรือ งอ คันศร

ในที่นี้หมายถึง คันศรที่ใช้กับลูกธนู ท่าอาสนะนี้ มีชื่อแบบนี้เนื่องจาก ร่างกายมีท่าทางคล้ายคันศรที่โก่งพร้อมยิงธนู

วิธีปฏิบัติ


• นอนคว่ำหน้าไปข้างใดข้างหนึ่ง แขนราบไปกับลำตัว หงายฝ่ามือขึ้น

• หันหน้ามาเพื่อวางคางไว้บนพื้น หายใจออก งอเข่า เอื้อมแขนไปข้างหลัง จับข้อเท้าขวาไว้ด้วยมือขวา จับข้อเท้าซ้ายด้วยมือซ้าย

• ขณะหายใจเข้า ค่อยๆ ยกขาขึ้นโดยดึงข้อเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นจากพื้น และยกอกขึ้นจากพื้นในเวลาเดียวกัน

กลั้นลมหายใจเข้าเอาไว้ ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนหน้าท้อง


• ยื่นศีรษะให้ไกลที่สุด คงท่านี้ไว้ขณะกลั้นหายใจ

• หายใจออกช้าๆ วางเข่าลงบนพื้น ปล่อยข้อเท้า ค่อยๆ วางขาและแขนลงบนพื้น หันหน้าไปข้างหนึ่ง ทำเหมือนท่าเริ่มต้น



ท่าพิจิกอาสนะ



ความหมาย

• ท่าพิจิกหรือท่าแมงป่อง ในท่านี้ ร่างกายจะดูเหมือนแมลงป่อง ที่ยกหางโค้งขึ้นเหนือหัว พร้อมจะต่อยคู่ต่อสู้

แม้ท่านี้จะดูยากสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก

วิธีปฏิบัติ


• คุกเข่าลงที่พื้น โน้มตัวไปข้างหน้า วางศอกและแขนด้านในราบไปกับพื้น ให้ฝ่ามือคว่ำลง แขนควรห่างกันประมาณ 1ช่วงไหล่

• ยื่นศีรษะไปข้างหน้าและยกให้สูงที่สุด

• ยกสะโพกขึ้น วางเท้าให้มั่นคง

• หายใจเข้าและแกว่งขาขึ้นไปเหนือศีรษะ รักษาสมดุลของร่างกายไว้ ยกขาตรงขึ้นเหนือศีรษะ

• ค่อยๆ งอเข่าและปล่อยขาลงมาทางด้านศีรษะ ระวังอย่าเคลื่อนไหวเร็วเกินไป และอย่าทิ้งขาลงไปไกลเกินไปขณะรักษาสมดุลของร่างกายไว้

• ทำย้อนกลับจากข้อ 5 จนกลับไปสู่ท่าคุกเข่า

* ข้อควรระวัง ไม่ควรลองท่าแมงป่อง จนกว่าคุณจะสามารถทำท่าที่ต้องใช้สมดุลของร่างกายอื่นๆ และไม่เหมาะกับสตรีมีรอบเดือน



ท่าพฤกษอาสนะ




ความหมาย

• ในภาษาสันสกฤต พฤกษะหมายถึง ต้นไม้ ท่านี้จึงเรียกว่าท่าต้นไม้

"ยืนตรงบนขาซ้าย งอขาขวาและวางขาขวาไว้บนโคนขาซ้าย ยืนเหมือนต้นไม้ ยืนอยู่บนพื้นดิน นี่คือท่าพฤกษอาสนะ"

วิธีปฏิบัติ


• ยืนเท้าชิด แขนแนบลำตัว

• งอเข่าขวา ยกต้นขาขวา และยก ส้นเท้าขวาไปบนต้นขาซ้ายด้าน ในให้โกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

• ทรงตัว บนเท้าซ้าย ยกแขนทั้งสอง ข้างขึ้นเหนือศีรษะ อย่าให้ข้อศอกงอ และให้ฝ่ามือประชิดกัน

คงท่านี้ไว้ขณะค่อยๆ หายใจ ประมาณ 10 ช่วงหายใจเข้าออก


• ลดแขนและขาขวาลง และกลับไปสู่ตำแหน่งในข้อ 1 คือการยืนหน้าชิด แขนแนบลำตัว หยุดพักสักครู่ และทำซ้ำด้วยขาข้างหนึ่ง



ศพอาสนะ



ความหมาย

• ความหมาย คำว่า ศพ ในภาษาสันสกฤต หมายถึง ร่างที่ตายไปแล้ว

"การนอนลงที่พื้นเหมือนศพ เรียกว่า ศพอาสนะ ช่วยกำจัดความเหนื่อยล้าและให้จิตใจได้พักผ่อน" จากหัตถโยคะปฏิบัติ

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงาย อย่าให้ขาแตะกัน แขนราบไปกับลำตัว ฝ่ามือหงายขึ้น

• หลับตาลง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ

• งอข้อศอก วางฝ่ามือบนพื้นใต้ไหล่ ให้นิ้วชี้ไปด้านหลัง

• มุ่งความสนใจไปที่อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกาย จากหัวถึงเท้า แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายทีละส่วน

• คงท่านี้ไว้ 10-15 นาที หากรู้สึกง่วงนอนขณะทำท่านี้ ให้หายใจเร็วและลึกขึ้น

• ครั้งแรกที่ฝึก ให้คงท่าศพอาสนะไว้ 10 หรือ 15 นาที กลับมาทำซ้ำเป็นระยะๆ ในช่วงฝึกท่าต่างๆ เพื่อผ่อนคลายและกระตุ้นร่างกาย / จิตใจ

คำแนะนำ

บางคนคิดว่าท่านี้ง่ายมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น จุดประสงค์ของศพอาสนะ คือ ให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย

นอกจากร่างกายจะต้องนิ่งและผ่อนคลายแล้ว จิตใจยังต้องนิ่งราวกับผิวน้ำที่ปราศจากการรบกวนอีกด้วย

ผลที่ได้คือการผ่อนคลายอย่างล้ำลึกและนิ่ง อันจะส่งผลให้เกิดสมาธิต่อไป

การฝึกศพอาสนะนั้นต้องใช้เวลา การกำหนดความสนใจไปที่อวัยวะแต่ละส่วนและ กำหนดลมหายใจล้วนแต่มีประโยชน์ต่อการฝึกท่านี้อย่างยิ่ง

อุปสรรค 2 อย่างที่อาจลดคุณค่าการฝึกศพอาสนะ ก็คือ ความง่วงและจิตใจที่ฟุ้งซ่าน หากรู้สึกง่วงขณะฝึก ให้กำหนดลมหายใจให้ลึกขึ้น

หากจิตใจไม่นิ่ง ให้มุ่งความสนใจไปที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย กำหนดจิตไปที่พื้นหรือที่จังหวะลมหายใจของคุณเอง

การฝึกศพอาสนะควรทำก่อนและหลังการฝึกอาสนะเป็นประจำ


ข้อมูลจาก
Practice 01





------------------------------------------------------------------------------

 
Design by Wordpress Templates | Bloggerized by Free Blogger Templates | Web Hosting Comparisons