Bandondon Radio Online
บุญบาปนี้เป็นคู่คือเงาฮั่นแล้ว เงาหากไปนำเฮาคู่วันบ่อมีเว้น คันว่าเฮาพาเล่นพามันเต้นแหล่น พามันแอะแอ่นฟ้อนเงาซ้ำกะแอ่นนำ คันเฮานั่งหย่องย่อเงานั้นก็นั่งลงนำ ยามเฮาเอนหลังนอนกะอ่อนลงนอนนำ คันเฮาโตนลงห้วยภูซันหลายหลั่น หรือว่าขึ้นต้นไม้ผาล้านดั่นเขา เงากะติดตามเกี้ยวแกะเกี่ยวพันธะนัง บ่อห่อนมียามเหินห่างไกลกันได้ อันนี้ฉันใดแท้ทั้งสองบุญบาป มันหากติดตามก้นนำผู้ทำกรรมนั้น
Bandon Radio Online
บุญมีใดเป็นนายใช้เพิ่น บุญบ่ให้เขาสิใช้ตั้งแต่เฮา บุญมีแล้วแนวดีป้องใส่ บุญบ่ให้แนวขี้ฮ้ายแล่นโฮม บุญมีได้เป็นนายให้เขาเพิ่ง คันว่าบุญบ่พร้อมแสนซิดิ้นกะเปล่าดาย คอนแต่บุญมาค้ำบ่ำทำการมันบ่แม่น คอยแต่บุญส่งให้มันสิใดฮอมใด คือดังเฮากินมีเข้าบ่เอากินมันบ่อิ่ม มีลาบคับบ่เอาเข้าคุ้ยทางท้องบ่ห่อนเต็ม
Bandondon Radio Online
ซื่อว่ากรรมมาเถิงแล้วจำใจจำจาก บ่มีไผแก่ทื้นคืนได้โลกเฮา ซื่อว่าความตายนี้แขวนคอทุกบาทย่าง ไผกะแขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว อันว่าโลกีย์นี้บ่มีแนวตั้งเทียง มีแต่ตายแต่ม้างทะลายล้มเกลื่อนหาย อันว่าความยม้างไกลกันเจียระจาก คันบ่ม้มโอฆะกว้างซิเที่ยวพ้ออยู่เลิง(ย่าปรีชา
Bandondon Radio Online
ไผผู้มีธรรมนั้นคือดั่งมีเงินไว้ในถงล้านโกฏิ ไผผู้มีศีลนั้นคือดั่งหน่วยแก้วคูณล้ำค่าสูง ไผผู้มีศีลธรรมนั้นคืมียนต์แปดเครื่อง สิพาเหาะขึ้นฟ้าเห็นหน้าหมู่พระอินทร์ ไผผู้มีศีลทานนั้นคือดั่งมียนต์อันวิเศษ ยนต์นั้นสิพาเวิ่นขึ้นนีรพานได้ดั่งประสงค์ ไผผู้มีบุญให้เป็นนายใช้แต่ท่าน ผู้บุญบ่ให้เขาใช้ตั้งแต่โต มีบุญให้เป็นนายเพิ่นได้เพิ่ง ไผผู้บุญบ่ให้แสนสิ้ดิ้นก็เปล่าดาย รา
Bandon Radio Online
คึดว่าเวสเจ้าพญาใหญ่จอมคน ยังได้หนีพาราจากไกลนครกว้าง เป้นจั่งชี้สันใดก็ต้องว่า ย้อนกรรมมาเถิงหรือว่าเวรมาต้อง อันว่าคันคากน้อยยังได้รบพญาแถน ยังได้ครองเมืองหลวงนั่งปองเป็นเจ้า ตั้งแต่ศิลป์ไชยท้าวตกไกลแสนยาก ยังได้กลับต่าวขึ้นเป็นเจ้านั่งเมือง ส่วนว่าเงาะฮูปฮ้ายยังได้ฮ่วมนางรจนา ยังได้เป็นราชาส่าลือทั้งค่าย ไผสิหลิงเห็นได้ชะตาคนแต่ชาติก่อน บุญหยังซ่อยให้ไผสิฮู้ฮ่อมเห็น
BandonRadio Online
ชาติที่เงินคำแก้วมันบ่แม่นของไผ ผู้ได๋มีใจเพียรหากสิหลงหลอนพ้อ ไผผู้มัวเมาคร้านการงานบ่ตั้งต่อ มันบ่มีพบพ้อเงินล้านค่าแพง เงินคำแก้วมันบ่แม่นของไผ ไผผู้มีศีลทานจึ่งสิหลั่งไหลมาเต้า ไผผู้มีตัณหาล้นโลภามีมาก คันอยากมีท่อฟ้าหาได้ก็บ่พอ ยามเมื่อเก็บก่อให้ยัดใส่ในถง มันบ่ทำทุนทานก่ายเกินเมือเมืองฟ้า มับ่หลิงไปหน้าภายลุนสิยากยิ่ง แสนสิมีตั้งล้านเมือหน้าก็บ่เฮือง
Bandondon Radio Online
ชาติที่เงินคำแก้วมันบ่แม่นของไผ ผู้ได๋มีใจเพียรหากสิหลงหลอนพ้อ ไผผู้มัวเมาคร้านการงานบ่ตั้งต่อ มันบ่มีพบพ้อเงินล้านค่าแพง เงินคำแก้วมันบ่แม่นของไผ ไผผู้มีศีลทานจึ่งสิหลั่งไหลมาเต้า ไผผู้มีตัณหาล้นโลภามีมาก คันอยากมีท่อฟ้าหาได้ก็บ่พอ ยามเมื่อเก็บก่อให้ยัดใส่ในถง มันบ่ทำทุนทานก่ายเกินเมือเมืองฟ้า มับ่หลิงไปหน้าภายลุนสิยากยิ่ง แสนสิมีตั้งล้านเมือหน้าก็บ่เฮือง
Bandon Radio Online
ทุกข์เพิ่นบ่ว่าดี มีจั่งว่าพี่น้อง ลุงป้าเอิ้นว่าหลาน ทุกข์คอบปาก ยากคอบท้อง เคยแล้วอยู่บ่เป็น ทุกข์บ่มีเสื้อผ้า ฝาเฮือนเพกะพออยู่ ทุกข์บ่มีข้าวอยู่ท้อง นอนลี้อยู่บ่เป็น ทุกข์กายอยู่ได้ ทุกข์ใจอยู่ยาก ทุกข์ให้เลี้ยงม้า กำพร้าให้เลี้ยงหมู บ่ทุกข์บ่ยาก บ่อึดบ่อยาก มีเงินเว้าได้ มีไม้เฮ็ดเฮือนงาม มีเงินให้เพิ่นกู้ มีซู้ให้เพิ่นเล่น (นี่กะทุกข์) สุขเพราะมีข้าวกิน สุขเพราะมีดินอยู่
Bandon Radio Online
สุขเพราะมีข้าวกิน สุขเพราะมีดินอยู่ สุขเพราะมีคู่นอนนำ สุขเพราะมีคำเต็มไถ่ สุขเพราะมีเฮือนใหญ่มุงแป้นกระดาน สุขเพราะหลานหลายนั่งเฝ้า อยากทุกข์ให้เป็นนายคน อยากสาละวนให้เอาเมียน้อย อยากจนให้ขี้ถี่ อยากมีให้ทาน อยากทุกข์ให้เป็นนาย อยากซำบายให้เป็นแหล่ง อยากทุกข์ให้ค้าควย (ควาย) อยากรวยให้ค้าโบกค้าเบี้ย อยากมีหลายมันไฮ้ อยากได้หลายมันตาย อยากมีให้ยืมเงินเพิ่นไปค้า อยากขึ้นฟ้าให้ฆ่าเจ้าเอาของ ทุกข์ยากฮ้าย ขอขอดแลงงายก็ดี อย่าได้ลืมคำสัตย์ เที่ยงจริงคำมั่น
Bandon Radio Online
บุญบาปนี้เป็นคู่คือเงาฮั่นแล้ว เงาหากไปนำเฮาคู่วันบ่อมีเว้น คันว่าเฮาพาเล่นพามันเต้นแหล่น พามันแอะแอ่นฟ้อนเงาซ้ำกะแอ่นนำ คันเฮานั่งหย่องย่อเงานั้นก็นั่งลงนำ ยามเฮาเอนหลังนอนกะอ่อนลงนอนนำ คันเฮาโตนลงห้วยภูซันหลายหลั่น หรือว่าขึ้นต้นไม้ผาล้านดั่นเขา เงากะติดตามเกี้ยวแกะเกี่ยวพันธะนัง บ่อห่อนมียามเหินห่างไกลกันได้ อันนี้ฉันใดแท้ทั้งสองบุญบาป มันหากติดตามก้นนำผู้ทำกรรมนั้น
Bandon Radio Online
บุญมีใดเป็นนายใช้เพิ่น บุญบ่ให้เขาสิใช้ตั้งแต่เฮา บุญมีแล้วแนวดีป้องใส่ บุญบ่ให้แนวขี้ฮ้ายแล่นโฮม บุญมีได้เป็นนายให้เขาเพิ่ง คันว่าบุญบ่พร้อมแสนซิดิ้นกะเปล่าดาย คอนแต่บุญมาค้ำบ่ำทำการมันบ่แม่น คอยแต่บุญส่งให้มันสิใดฮอมใด คือดังเฮากินมีเข้าบ่เอากินมันบ่อิ่ม มีลาบคับบ่เอาเข้าคุ้ยทางท้องบ่ห่อนเต็ม
วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555
10 วิธีร้าย...มัดใจชายให้อยู่หมัด
วันพุธ, มีนาคม 14, 2555
bandon
-
กฎดึงดูดข้อที่ 1
“ถ้าหากคุณทำตัวราวกับว่า ชีวิตนี้คุณต้องการเพียงได้อยู่กับเขาล่ะก็ พึงสังวรได้เลยว่า ผู้ชายของคุณกำลังเบื่อหล่อนแล้วนะย่ะ ตรงข้าม ถ้าคุณทำตัวเป็นเหมือนบางสิ่งบางอย่างที่เขา ไม่สามารถมีได้แล้วละก็ ฮั่นแน่เริ่มเป็นความท้าทายของผู้ชายแล้วไหมล่ะ เขาจะปรารถนาคุณก็ตรงนี้แหละ”
ผู้ชายทั้งหลายนั้นต้องการในสิ่งที่เขามีไม่ได้เสมอแหละ ยิ่งเมื่อหนุ่มคนไหนได้พบกับผู้หญิง ซึ่งดูเหมือนว่าเขาไม่คู่ควรด้วย ก็ยิ่งเป็นการท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเขาในการเอาชนะใจ หล่อนให้ได้
กฎดึงดูดข้อที่ 2
“เมื่อใดก็ตามที่ผู้หญิงเริ่มตั้งแง่หรือมีข้อแม้กับแฟน จงรู้ ไว้เหอะ ว่าพลังความดื้อเงียบของเขาจะทำให้เขาตีตัวห่างจากคุณในที่สุด”
ไม่รู้เป็นไง ผู้หญิงสวยหรือน่ารักมักเรื่องมาก และมีเงื่อนไขเยอะเสมอ สังเกตดูสิ แล้วของพรรค์นี้จะไปตำหนิติเตียนคนสวยก็ไม่ได้ เพราะผู้ชายเองก็มีใจกับสาวสวย น้อยซะที่ไหน แต่ก็อีกล่ะนะ หากว่าเขาต้องขออนุญาตฝ่ายหญิงในการทำสิ่งต่างๆ เช่น เรื่องนี้ก็ต้องถามเธอก่อน เรื่องโน้นก็ต้องปรึกษา เดี๋ยวเหอะ อีกไม่นานเขาก็จะเบื่อน้องนางเอง โถ แม้แต่ แม่ของเขายังไม่จู้จี้จุกจิกถึงปานนี้นี่นา แล้วทำไมต้องทนอยู่กับเงื่อนไขเห่ยๆ ของสาวด้วยล่ะ
กฎดึงดูดข้อที่ 3
“หากฝ่ายหญิงทำให้เขาอึดอัด เขาจะหาทางป้องกันตัวเองด้วยการคอยหลบ คอยเลี่ยงไม่กล้าเข้าใกล้”
ฉะนั้นอย่าทำให้หนุ่มๆ เค้ารู้สึกว่า เขาถูกแฟนสาวคุมตัวแจ และไม่ควรยัดเยียดว่า การอยู่กับหล่อนนั้นเป็นหน้าที่ของเขาเช่นกัน โหย ถ้าการอยู่กะแฟนแล้วต้องจำใจอยู่คงไม่ใช่ แฟนแล้วล่ะ
กฎดึงดูดข้อที่ 4
“หากผู้ชายต้องรอก่อนที่จะได้นอนกับหล่อน อย่างน้อยใจนึงของเขา จะประทับใจล่ะว่า ผู้หญิงคนนี้มีค่า”
แสดงว่าเธอไม่ง่ายไปกะทุกคน ซึ่งมันเป็นเรื่องยอดเยี่ยมกระเทียมดองไหมล่ะถ้าฝ่ายชาย จะเข้าใจผู้หญิงไปในทำนองนี้ โอ๊ยรับรองหนุ่มไหนรู้เข้าย่อมดีใจตายชัก
กฎดึงดูดข้อที่ 5
“ผู้ชายชื่นชอบผู้หญิงที่พร้อมจะมีอะไรกับเขาอย่างจริงใจซำเหมอ”
กลยุทธ์การเอาใจหนุ่มคนรักอย่างง่ายที่สุดก็คือ จงเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องโกหก หรือ เสแสร้งแกล้งกระแดะแต่อย่างใด เพราะถึงแม้คุณจะกระแดะเก่งแค่ไหน หล่อนก็เก็บ อาการได้ไม่ ตลอดหรอก
กฎดึงดูดข้อที่ 6
“หากฝ่ายหญิงเลิกทำงานอดิเรกต่างๆ เพื่อจะได้มีเวลามาขลุกอยู่กะแฟนล่ะก็เชื่อดิ ไม่มีหนุ่มรายไหนปลื้มด้วยหรอก เพราะเขาจะขยาดคิดว่าตายละวา ต่อไปนี้เธอต้องติดเขาแจแหงเลย”
กฎดึงดูดข้อที่ 7
“ผู้หญิงจะดูเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นในสายตาผู้ชาย หากตราบใด ที่เธอยังปลีกเวลา ไปเฮฮากับเพื่อนฝูงหรือหางานอดิเรกทำ”
จำไว้เหอะ ว่าหนุ่มๆไม่ชอบผู้หญิงที่ใช้ ความพยายามมากเกินไปที่จะได้เขามาครอง หรือเรียกร้องให้เขามาสนอกสนใจเธอตลอดเวลา เชื่อดิ ไหนๆแต่ละคนก็ไม่ใช่ฝาแฝด ที่ตัวติดกันซะหน่อย เหตุนี้คนรักกันก็สามารถปลีกตัวไปทำกิจกรรมตามที่ตัวเองพอใจได้ ไม่ผิดกติกาแน่นอนกฎดึงดูดข้อที่ 8
“ผู้หญิงที่ทำทุกอย่างเพื่อหวังจะให้ ผู้ชายชอบนั้น พึงรู้ไว้เถอะว่า คุณกำลังทำให้ ความสัมพันธ์แย่ลงเรื่อยๆแล้วล่ะ”
แต่ตราบใดที่หล่อนยังคงรักษาความเป็นตัวของตัวเอง ผู้ชายก็จะต้องการเธอ ดังนั้นจงจำไว้ อย่าได้ให้เวลาทั้งหมดของคุณแก่เขาเด็ดขาด
กฎดึงดูดข้อที่ 9
“จงเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของคุณให้กลายเป็นสิ่งที่เขาคาดเดาไม่ได้ ในเมื่อคุณหาตัวยาก เขาก็จะตามหาคุณและใช้เวลากับคุณมากขึ้นเอง”
กฎดึงดูดข้อที่ 10
“จงเห็นค่าของตัวเอง และเป็นคนเอาจริง เพราะสิ่งนี้จะทำให้ผู้ชายรู้ว่าสาวคนนี้ ถ้าเลิกก็เป็นเลิก ใจคอมั่นคงเด็ดเดี่ยว ไม่อ่อนยวบหรือลังเล”
วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554
รูปเล่าประวัติศาสตร์ รวมภาพถ่ายยุคการปฏิวัติซินไฮ่
วันพุธ, ตุลาคม 19, 2554
bandon
กองร้อยเบงกอล แลนเซอร์สเป็นขบวนคุ้มกันเคานต์ วอลเดอร์ซี หรืออัลเฟร็ด กราฟ ฟอน วอลเดอร์ซี (1832-1904) ในฐานะหัวหน้าคณะเสนาธิการแห่งจักรวรรดิเยอรมนี เมื่อเดินทางมาถึงกรุงปักกิ่งเบื้องหน้าประตูอู่เหมินเมื่อวันที่ 17 ต.ค.1900
ไชน่าเดลี - หลิว เซียงเฉิง ใช้เวลาเดินทางไปในหลายประเทศ เพื่อติดตามค้นหาอยู่นานถึงหนึ่งปีทีเดียว กว่าจะได้ภาพถ่ายต้นฉบับสำหรับหนังสือรวมภาพถ่ายแต่ครั้งสมัยการปฏิวัติซินไฮ่ ซึ่งมีชื่อว่า “ China in Revolution : The Road to 1911” (จีนในสมัยการปฏิวัติ : เส้นทางสู่ปีค.ศ.1911) หนังสือรวมภาพถ่ายเล่มล่าสุด ที่เขาบรรจงทำขึ้น เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 100 แห่งการปฏิวัติเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ.1911 ซึ่งตรงกับปีพุทธศักราช 2454 อันเป็นการสิ้นสุดการปกครองของฮ่องเต้ ที่ยาวนานมาหลายพันปี
ทหารฝ่ายปฏวัติเตรียมยิงปืนใหญ่ต่อสู้กับกองทัพจักรพรรดิในเมืองฮั่นโข่ว,ต.ค.1911
หน้าปกของหนังสือเล่มนี้เป็นภาพถ่ายของนายทหารแห่งขุนศึกภาคเหนือ (หรือกองทัพสมัยใหม่ของราชวงศ์ชิง) ซึ่งหาแทบไม่ได้แล้ว ผู้ช่วยของหลิวสืบเสาะ จนทราบว่าเป็นผลงานของคุณพ่อเลโอน นานี (Leone Nani) บาทหลวงนิกายคาทอลิก ซึ่งถ่ายในช่วงปี 1904-1914 (พ.ศ. 2447-2457) ในมณฑลส่านซี เขาพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังสถาบันการเผยแพร่ศาสนาในต่างประเทศแห่งสมเด็จพระสันตะปาปา (Pontifical Institute of Foreign Missions) อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งได้มา
โรงผิ่นในเมืองชิงเต่าช่วงปี 1890-1910
เมื่อล่วงมาหนึ่งศตวรรษ หลิวจึงคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องค้นหาภาพถ่าย ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในช่วงนี้ และถ่ายทอดความลำบากทุกข์ยากในอดีต ที่จีนเคยประสบมาให้แก่คนรุ่นหนุ่มสาวได้รับรู้
มิสชันนารีหญิงนั่งเกี้ยวหามในเมืองเฉวียนโจว มณฑลฝู่เจี้ยน ปี 1894
“เรามองประวัติศาสตร์อย่างไรย่อมมีอิทธิพลต่อการมองปัจจุบัน และมีอิทธิพลต่อการที่คนอื่นมองเราว่าอย่างไรบ้างด้วย” หลิวระบุ
“ชาวจีนไม่ใช่เหยื่อของประวัติศาสตร์อีกแล้ว เราควรก้าวต่อไป และเผชิญกับอดีตด้วยการพิจารณาอย่างสุขุมและมีเหตุผล” เขากล่าว
สหรัฐฯ ให้การรับรองสาธารณรัฐจีน ภาพถ่ายหมู่มีหยวน ซื่อไข่ (แถวหน้าที่ 3 จากซ้าย) และเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนถ่ายรูปร่วมกับวิลเลี่ยม เจมส์ คัลฮูน รัฐมนตรีแห่งสหรัฐฯ (ถัดจากหยวน) วันที่ 2 พ.ค.1913 หยวนยังสวมเครื่องแบบนายพลเอกของราชวงศ์ชิง
หลิว วัย 60 ปีเป็นนักถ่ายภาพ ซึ่งมีรางวัลพูลิตเซอร์การันตีความสามารถด้วยผลงานเด่น ๆ เช่นภาพถ่ายของประธานาธิบดีมิคาอิล กอร์บาชอฟแห่งสหภาพโซเวียต ขณะลาออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2534 อันเป็นเครื่องหมายการจบสิ้นของสหภาพโซเวียต และหนังสือรวมภาพถ่าย 3 เล่ม เล่มหนึ่งได้แก่ “China after Mao” และ “China, Portrait of a Country” เล่มนี้จำหน่ายได้มากกว่า 2 แสน 5 หมื่นเล่ม
สำหรับหนังสือเล่มล่าสุด รวบรวมภาพถ่ายกว่า 900 ภาพจากทั้งหมดกว่า 1 หมื่นภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เขาได้ตรวจสอบด้วยตนเองทั้งที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และการสะสมส่วนบุคคลในหลายทวีป
หลิวคัดเลือกภาพ โดยดูจากคุณค่าเชิงเทคนิคการถ่าย และการสื่อเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ จากนั้น หลิวและคณะทำงานจัดการซ่อมแซมภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่นานราว 1,000 ชั่วโมง และเรียงลำดับภาพตามวันเวลาเกือบทั้งหมด พร้อมบทความประกอบ 4 บท
ในจำนวน 900 ภาพนี้ มี 300 ภาพ ไม่เคยพิมพ์เผยแพร่ ที่ไหนมาก่อน เช่นภาพของโฮเมอร์ ลี ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นผู้ฝึกกองทัพสมัยใหม่ในปี 1904 (พ.ศ. 2447)
นอกจากนั้น ภาพถ่ายอีกมากมายเป็นภาพการดำเนินชีวิตประจำวันของสามัญชนทั่วไปเมื่อสมัยปี 1850 (พ.ศ.2393) - 1928 (พ.ศ.2471) ส่วนใหญ่บันทึกภาพโดยบาทหลวง นักธุรกิจ นักการทูต และนักเดินทาง
ผู้อ่านจะได้เห็นลักษณะการแต่งตัวของผู้คนในยุคนั้น การแต่งงาน ภาพชีวิตในตลาด หรือแม้กระทั่งภาพความตายบนลานประหาร ตลอดจนภาพถ่าย ที่แสดงให้เห็นถึงการสั่งสมพลังในการปฏิวัติ และผล ที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติ
“ผมต้องการถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตไม่เฉพาะแค่เกี่ยวกับบุคคลมีชื่อเสียง 1,000 คนในเวลานั้น แต่เกี่ยวกับประชากร ที่มีอยู่ราว 400 ล้านคน” หลิวอธิบาย
หนังสือ “ China in Revolution : The Road to 1911” ซึ่งถ่ายทอดด้วยภาษาอังกฤษ ได้รับคำชมเชยจากนักประวัติศาสตร์หลายคน เช่นเบ็ท แม็กคิลลอป แห่งวิกทอเรีย แอนด์ อัลเบิร์ต มิวเซียมของสหราชอาณาจักรทั้งในแง่ฝีไม้ลายมือ การทำงานอย่างทุ่มเทของหลิว และในแง่ที่การปฏิวัติซินไฮ่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าใจประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของจีน
หลิว เซียงเฉิง กับหนังสือเล่มล่าสุด “ China in Revolution : The Road to 1911”
ทำไมถึงทำกับฉันได้- เติ้งลี่จวิน
ฟังเพลง "เสยไหลไอ้หวั่ว" รำลึกชีวิตรักเติ้งลี่จวิน
วันพุธ, ตุลาคม 19, 2554
bandon
ราชินีเพลงเติ้ง ลี่จวิน ถือว่าเป็นศิลปินระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานอย่างสูงสุด แต่ในด้านชีวิตด้านความรักกลับตรงกันข้าม ตลอดช่วงชีวิตของเธอไม่เคยมีโอกาสสวมชุดเจ้าสาวที่บรรดาหญิงสาวใฝ่ฝันถึง ทั้งนี้ตลอดช่วงชีวิตของเธอมีความรักที่เด่นๆ อยู่ดังนี้
คนแรกคือ จูเจียน นักธุรกิจผู้เป็นรักแรกของนักร้องสาว จูเจียน เป็นหนุ่มนักธุรกิจที่มีข่าวกับ เติ้ง ลี่จวิน เป็นรายแรก เขามีอาชีพเป็นผู้จัดการไนท์คลับแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ว่ากันว่าเขาเป็นผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังวงการบันเทิงและเป็นผู้ที่คอยประคับประคอง เติ้ง ลี่จวินในช่วงแรกของการเข้าสู่วงการเพลง ทว่าในระหว่างที่คบกันนั้น จูเจียน ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินโดยสารตกที่เวียดนาม
ภาพอดีตรักเติ้งลี่จวิน-เฉินหลง
ซุปเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย เฉินหลง เป็นอีกผู้หนึ่งที่เคยมีประวัติพัวพันกับเติ้งลี่จวิน ทั้งสองพบรักกันในช่วงปี ค.ศ. 1979 ขณะที่เติ้ง ลี่จวินไปพำนักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนเฉินหลงเดินทางไปถ่ายหนัง ซึ่งในบรรดาความรักหลายครั้งหลายคราที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน นับว่าความรักของ เติ้ง ลี่จวิน กับ เฉินหลง นั้นเป็นความรักที่แฟนเพลงต่างเอาใจช่วยมากที่สุด และพากันทอดถอนใจด้วยความเสียดายเมื่อมันจบลงมากที่สุด โดยหลังจากที่ทั้งคู่เลิกรากันไปแล้วหลายปี เฉินหลง ได้ออกมาอธิบายเหตุผลของการเลิกราผ่านสื่อว่าเป็นเพราะเติ้ง ลี่จวินสูงส่งเกินไป เนื่องจากลักษณะนิสัยส่วนตัวของ เติ้ง ลี่จวินจะ พิถีพิถัน ตั้งแต่กิริยาท่าทาง ชอบทานอาหารร้านหรูหรา รักความสะอาดมาก และมีมาตรฐานสูง ขณะที่เฉินหลงค่อนข้างติดดิน และมีพี่น้องร่วมกันร่วมดื่มมากมาย ทั้งสองจึงไปกันไม่ได้ สุดท้าย เฉินหลง จึงหันไปคบกับดาราสาว หลิน เฟิงเจียว ที่เข้ากันได้มากกว่าและตกลงใจแต่งงานกันในที่สุด
กัว ข่งเฉิง ทายาทมหาเศรษฐี ด่านความรักที่เติ้งลี่จวินมิอาจข้ามพ้น
นอกจากนั้น เติ้ง ลี่จวิน ยังมีข่าวความรักกับ กัว ข่งเฉิง(Kuok Khoon Chen) ทายาทของกัว เห้อเหนียน(Robert Kuok) เจ้าพ่อน้ำตาล นักธุรกิจจีนสัญชาติมาเลเซีย เจ้าของหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ฮ่องกง และผู้ก่อตั้ง Shanggri-La Group ทั้งสองคบกันอย่างลึกซึ้งถึงขั้นที่ กัว ข่งเฉิง ขอเติ้ง ลี่จวินแต่งงาน ทั้งยังมีการลงรายละเอียดเรื่องการจัดแต่งงานกันไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ทว่าความรักของเธอก็ต้องมาสะดุดลง เมื่อไม่สามารถผ่านด่านคุณย่าของว่าที่เจ้าบ่าว ที่ตั้งเงื่อนไขในการเป็นสะใภ้ “ตระกูลกัว” ไว้ให้เธอ 3 ข้อคือ ข้อแรกให้เธอเล่ารายละเอียดความสัมพันธ์ของเธอกับเพื่อนชายคนก่อนๆ มาโดยละเอียดว่าตื้นลึกหนาบางอย่างไร ข้อสองเมื่อแต่งงานแล้วให้ออกจากวงการบันเทิงทันที และสุดท้ายคือห้ามสุงสิงกับเพื่อนในวงการบันเทิง ซึ่งทั้ง 3 ข้อเติ้ง ลี่จวิน รับไม่ได้จึงล้มเลิกงานแต่งงานไปในที่สุด หลังจากนั้นไม่กี่ปี กัว ข่งเฉิงแต่งงานไปกับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น
เติ้งลี่จวิน กับรักสุดท้ายของเธอกับช่างภาพหนุ่มต่างชาติที่อายุอ่อนกว่านับ 10 ปี
รักสุดท้ายของเติ้งลี่จวิน เริ่มขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 เติ้ง ลี่จวินค่อยๆ หายไปจากวงการเพลงเนื่องจากถึงจุดอิ่มตัว รวมทั้งปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้เธอหลบไปพำนักอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส และเริ่มคบหากับช่างภาพหนุ่มชาวฝรั่งเศส ที่มีชื่อว่า Paul ที่มีอายุอ่อนกว่าเธอนับ 10 ปี ซึ่งเป็นคนเดียวกับชายหนุ่มที่ร่วมเดินทางมายังประเทศไทยในการเดินทางสุดท้ายก่อนที่เธอจะเสียชีวิตลง
แม้ความรักของราชินีเพลงสาวผู้นี้จะเกิดขึ้นและจบลงทุกครั้ง แต่ทว่าอย่างไรก็ตามผลงานเพลงของเธอยังคงเป็นอมตะอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้
《谁来爱我》
1.你曾经对我说过 永远的爱我
ni3 ceng2 jing1 dui4 wo3 shuo1 guo4 yong3 yuan3 de5 ai4 wo3
หนี่เฉิงจิงตุ้ยหวั่วซัวกั้วหยงหย่วนเตอไอ้หวั่ว
เธอเคยบอกว่ารักฉันนิรันดร
谁知道你的话儿 都是在骗我
shei2 zhi1 dao4 ni3 de5 hua4 er dou1 shi4 zai4 pian4 wo3
เสยจือเต้าหนี่เตอฮว่าโตวซื่อไจ้เพี่ยนหวั่ว
ใครจะรู้ ลมปากเธอล้วนลวงหลอก
你狠心抛弃我 也不管我死活
ni3 hen3 xin1 pao4 qi4 wo3 ye3 bu4 guan3 wo3 si3 huo2
หนี่เหิ่นซินเพ่าชี่หวั่วเหยี่ยปู้ก่วนหวั่วสื่อหัว
คุณทิ้งฉันอย่างเลือดเย็น ไม่สนว่าเป็นหรือตาย
谁爱我 谁爱我 谁来爱我
shei2 ai4 wo3 shei2 ai4 wo3 shei2 lai2 ai4 wo3
เสยไอ้หวั่ว เสยไอ้หวั่ว เสยไหลไอ้หวั่ว
แล้วใครที่รักฉัน ใครรักฉัน ใครกันมารักฉัน
不知谁来爱我
bu4 zhi1 shei2 lai2 ai4 wo3
ปู้จือเสยไหลไอ้หวั่ว
ไม่รู้ว่าใครที่รักฉัน
2.想起了心里难过 我对你不错
xiang3 qi3 le5 xin1 li3 nan2 guo4 wo3 dui4 ni3 bu2 cuo4
เสี่ยงฉี่เลอซินหลี่หนานกั้วหวั่วตุ้ยหนี่ปู๋ชั่ว
คิดขึ้นมาคราใดใจทุกข์เศร้า ฉันดีต่อเธอไม่น้อย
我的心为了你 没有放下过
wo3 de5 xin1 wei4 le5 ni3 mei2 you3 fang4 xia4 guo4
หวั่วเตอซินเว่ยเลอหนี่เหมยโหย่วฟั่งซย่ากั้ว
ฉันมอบใจให้เธอ ไม่เคยทอดทิ้ง
怕你冷 怕你热 怕你渴 怕你饿
pa4 ni3 leng3 pa4 ni3 re4 pa4 ni3 ke3 pa4 ni3 e4
ผ้าหนี่เหลิ่ง ผ้าหนี่เร่อ ผ้าหนี่เข่อ ผ้าหนี่เอ้อ
เกรงเธอหนาว เกรงเธอร้อน กลัวเธอกระหาย กลัวเธอหิว
谁爱我 谁爱我 谁来爱我
shei2 ai4 wo3 shei2 ai4 wo3 shei2 lai2 ai4 wo3
เสยไอ้หวั่ว เสยไอ้หวั่ว เสยไหลไอ้หวั่ว
แล้วใครที่รักฉัน ใครรักฉัน ใครกันมารักฉัน
不知谁来爱我
bu4 zhi1 shei2 lai2 ai4 wo3
ปู้จือเสยไหลไอ้หวั่ว
ไม่รู้ว่าใครที่รักฉัน
3.你从来没有给我 一点儿快乐
ni3 cong2 lai2 mei2 you3 gei3 wo3 yi4 dian3 er kuai4 le4
หนี่ฉงไหลเหมยโหย่วเก่ยหวั่วอี้เตี่ยนไคว่เล่อ
เธอไม่เคยมอบความสุขให้กันฉันแม้เพียงเสี้ยว
我命里注定 要受你的折磨
wo3 ming4 li3 zhu4 ding4 yao4 shou4 ni3 de5 zhe2 mo2
หวั่วมิ่งหลี่จู้ติ้งเย่าโซ่วหนี่เตอเจ๋อหมัว
ชีวิตฉันลิขิตไว้ ให้ทรมานเพราะรักเธอ
爱是枷 情是锁
ai4 shi4 jia1 qing2 shi4 suo3
ไอ้ซื่อจยา ฉิงซื่อสั่ว
ความรักคือพันธนาการ ความรู้สึกคือกุญแจคล้อง
我偏愿受折磨
wo3 pian1 yuan4 shou4 zhe2 mo2
หวั่วเพียนย่วนโซ่วเจอหมัว
ฉันยินยอมรับความทรมานนั้น
谁爱我 谁爱我 谁来爱我
shei2 ai4 wo3 shei2 ai4 wo3 shei2 lai2 ai4 wo3
เสยไอ้หวั่ว เสยไอ้หวั่ว เสยไหลไอ้หวั่ว
แล้วใครที่รักฉัน ใครรักฉัน ใครกันมารักฉัน
不知谁来爱我
bu4 zhi1 shei2 lai2 ai4 wo3
ปู้จือเสยไหลไอ้หวั่ว
ไม่รู้ว่าใครที่รักฉัน
ซ้ำ 2,1,3 ตามลำดับ
**หมายเหตุ
ระบบพินอินในภาษาจีนมีเครื่องหมายแทนเสียงวรรณยุกต์ 4 เครื่องหมาย 5 เสียง ดังนี้
เสียงที่หนึ่ง (ˉ) เทียบเท่าเสียง สามัญหรือตรี ในภาษาไทย
เสียงที่สอง (ˊ) เทียบเท่าเสียง จัตวา ในภาษาไทย
เสียงที่สาม (ˇ) คล้ายเสียง เอก ในภาษาไทย
เสียงที่สี่ (ˋ) เทียบเท่าเสียง โท ในภาษาไทย
เสียงที่ห้า ไม่มีเครื่องหมาย บางครั้งใช้เครื่องหมาย (.)วางหน้าพยางค์
ในบทความนี้ เนื้อเพลงในส่วนอักษรภาษาอังกฤษ ใช้ตัวเลขแทนเครื่องหมายวรรณยุกต์ 1 2 3 4 5 ตามลำดับ
อธิบายศัพท์
狠心(hen3 xin1) แปลว่า ใจร้าย ใจดำ ไร้ความปราณี
注定(zhu4 ding4) แปลว่า ลิขิต
折磨(zhe2 mo2) แปลว่า ทนทุกข์ทรมาน
枷(jia1) แปลว่า พันธนาการ
锁(suo3) แปลว่า แม่กุญแจ หรือ ล็อค
ที่มา http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9540000127334
วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554
แอบรัก ให้น่าประทับใจ
วันอังคาร, ตุลาคม 18, 2554
bandon
แอบรัก ให้น่าประทับใจ
ความรู้สึกดีๆ ที่ไม่แพ้ความรู้สึกสมหวังในความรัก อาจเป็น ความรู้สึกช่วงฟักไข่ของการแอบรัก ก็เป็นได้ ระยะที่ความรู้สึกเรายังไม่เตลิดไปไกลจนเกิดการคาดหวัง สร้างความประทับใจวันนี้ จะนำเสนอแง่มุมดีๆ ของการแอบรักและที่พลาดไม่ได้ "แอบรักอย่างไรให้น่าประทับใจ" พบได้ในคอลัมน์บอยส์ครั้งนี้
คุณแอบรักอยู่หรือเปล่า ?
ของแบบนี้บางทีเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวนะ มาเช็คอาการกันดีกว่าหนุ่มๆ ว่าตอนนี้เรารู้สึกแอบรักใครอยู่หรือเปล่า? ลงมาดูตามาภาพด้านล่างเลยครับ
ใครดูภาพด้านบนแล้วรู้สึกว่าตรงกับตัวเองเกินกว่า 5 ข้อ คอลัมน์บอยขอวินิจฉัยว่า คุณกำลังอยู่ในห้วงแห่งความรักครับ!!!
หนุ่มที่กำลังแอบรักเมื่อเจอสาวที่รู้สึกแอบรัก สิ่งที่เกิดขึ้นทางกายคือ หัวใจเต้นถี่กว่าปกติ สูบฉีดเลือดพุ่งพล่านไปทั่วร่าง จนทำให้หน้าเริ่มมีสีแดง ส่วนมือก็เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง สมองสั่งการไม่เป็นปกติทั้ง การพูดที่ติดขัดและการคิดอะไรไม่ค่อยออก จนบางทีเผลอพูดอะไรเปิ่นๆ ออกมา แล้วก็ชอบหลบสายตาไม่กล้ามอง เพราะมองทีไรมันจะเกิดความรู้สึกเปล่านี้...
ทำไมมันตื่นเต้นอย่างนี้นะ ความรู้สึกมันหวั่นไหวหัวใจยังไงบอกไม่ถูก เล่นเอาเสียเขินจนไม่รู้จะทำตัวอย่างไรเลย ความรู้สึกประหลาดนี้เหมือนว่าจะไม่อยากให้มาอยู่ใกล้ๆ แต่พอเขาไปก็แทบจะคิดถึงทันทีตั้งแต่ยังมองเห็นด้านหลัง จนบางทีออกอาการเพ้อเลยทีเดียว
ทำไมแอบรักแล้วมีความสุขจัง ?
นั่นน่ะสิ ทำไมช่วงระยะแรกของการแอบรักเราถึงมีความสุขมากเลยนะ มาหาคำตอบกันครับ
คุณจะมีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ
พลังแห่งความรักจะทำให้คุณมีพลังในการทำเรื่องต่างๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ คุณจะพยายามวาดรูปเหมือนทั้งที่วาดรูปไม่เป็นเลย หรือเอาพลังแปลงเป็นการตั้งใจอ่านหนังสือสอบ เป็นช่วงที่ใช้ความรักได้อย่างเป็นประโยชน์จริงๆ
คุณจะอยากมอบสิ่งดีๆ แบบไม่ต้องการอะไรตอบแทน ความรักด้านบวกของความรู้สึกแอบรักยังเป็นพลังงานแบบใช้แล้วไม่หมดไป ไม่ต้องการพลังงานทดแทน หรือตอบกลับมา เราตั้งใจมอบสิ่งดีๆ ให้ไปด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ แล้วคิดว่า แค่ได้รู้จักหรือเป็นเพื่อนกับเธอก็พอใจแล้ว
คุณจะมีความสุขแล้วยิ้มได้ทั้งวัน
อารมณ์ดีเพราะมีความสุข มันเลยแสดงออกมาทั้งทางหน้าตา การกระทำ และความรู้สึก ช่วงนี้เพื่อนยืมตังค์แล้วไม่คืน ยังยิ้มหวานใส่เลย
มีความหวังแบบไม่คาดหวัง
เมื่อมีความหวังชีวิตย่อมรู้สึกว่ามีค่า ยิ่งเป็นความหวังระดับสูงที่ไม่คาดหวังด้วยแล้ว มันเป็นสุดยอดความหวังที่เกิดขึ้นกับเราไม่กี่ครั้งในชีวิตทีเดียวนะ
การแอบรักแบบแป้กๆ
มีความสุขอยู่ดีๆ ถ้าไม่ควบคุมอะไรบางอย่าง อาจทำให้การแอบรักครั้งนี้ ไม่น่าสดใสอีกต่อไป ความรู้สึกที่มากเกินไป คือ เมื่อเริ่มรู้สึกมากเกินไป สิ่งต่างๆ จะตามเรามาอย่างไม่รู้ตัว ดังนี้
ความคาดหวัง เมื่อก่อนไม่เคยจะหวัง แต่ความรู้สึกที่มากขึ้นเริ่มทำให้เรารู้สึกหวังขึ้นมา ซึ่งเมื่อหวังก็ต้องเสี่ยงกับการผิดหวัง แล้วมันจะกลายเป็นความรู้สึกแง่ลบไปในทันที
ความรู้สึกเป็นเจ้าของ เราเคยปล่อยหัวใจให้โบยบินตามคนที่แอบรักไป แต่มาตอนนี้กลับอยากจับเขามาขังอยู่ในหัวใจของเราคนเดียว ซึ่งในความเป็นจริงคนแอบรักไม่ได้มีสิทธิ์ขนาดนั้น ทำให้เรากลับต้องทุกข์ทรมานกับการแอบรักครั้งนี้
อยากได้สิ่งตอบแทน ความรู้สึก สิ่งของ ความหวังดีต่างๆ ตอนนี้เราอยากได้มันกลับมาบ้างแล้ว อีกครั้งที่คนที่มีสถานะแอบรักไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับ
กดดันจากความรู้สึกคนอื่น บางทีการที่เราเปิดเผยความรู้สึกให้เพื่อนสนิทหรือใครๆ ได้ฟัง จะย้อนมาเป็นตัวกดดันเอง เช่น ถ้าเวลาผ่านมาเนิ่นนานอาจมีคำถามว่า "นานแล้วนะ ยังไม่ทำอะไรอีกหรอ" บางทีมันเป็นแรงกระตุ้น แต่บางทีมันเป็นแรงกดดันให้เราทำอะไรโดยที่ไม่ทันได้คิดให้รอบคอบ
แอบรักอย่างไรให้น่าประทับใจ
มาถึงบทสรุปสุดท้ายในเรื่องนี้ ที่ใครๆ เฝ้ารออ่านตั้งแต่ด้านบน แล้วพี่มิ้งเพิ่งจะมาเขียนตอนท้าย(เนี่ยนะ!!) ก็ แหม ขออุบท่าไม้ตายเอาไว้ใช้ปิดฉากสวยๆ หน่อย รีบหรือเปล่า งั้นมาอ่านกันเลย
รู้ตัว
อย่าหวัง
ทำอะไรสักอย่าง
สามสเต็บนี้ช่วยให้หนุ่มๆ คอลัมน์บอยส์เด็กดีเป็น "คนแอบรักขั้นเทพ" ได้ เรามาก้าวไปเป็นขั้นเป็นตอนทีละนิดนะครับ
รู้ตัว ก่อนอื่นต้องรู้สถานะแล้วเจียมตัวเองว่า "ไอ้เรามันแค่คนแอบรัก" บริหารจัดการกับความรู้สึกให้ดีๆ ย้อนไปในความรู้สึกในช่วงระยะฝักไข่ของการแอบรัก ตอนที่เรามีความสุขได้ด้วยตัวคนเดียว แล้วอมยิ้มที่ได้แอบมองเธอคนที่แอบรักอยู่ไกลๆ
เมื่อเรารู้สึกถึงสถานะที่แท้จริงของตัวเองแล้ว เราก็จะไม่คาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ ความรู้สึกดีๆ สิ่งของ หรืออะไรก็ตามที่เราได้มอบให้เขาไป
มาถึงตรงนี้ หนุ่มบางคนอาจรู้สึกว่า "อ่าว เฮ่ย อย่างนี้ก็แป้กน่ะสิ" พี่มิ้งไม่บอกให้หนุ่มๆ ยอมแพ้แน่นอน หึๆ แต่ต้องการฝึกความรู้สึกให้นิ่ง ทั้งการที่รู้สถานะตัวเองและการไม่คาดหวังเสียก่อน แล้วค่อยมาถึงสเต็ปที่จะพาเราก้าวไปข้างหน้าด้วยการทำอะไรสักอย่าง จะจีบ จะขอเบอร์โทรศัพท์ แลกพิน บอกความในใจ ทำได้หมด แต่ต้องยอมรับกับผลลัพธ์ที่จะได้ด้วยนะ พี่มิ้งขอแอบให้กำลังใจนิดๆ แล้วกัน ถ้าหนุ่มๆ รู้สึกถึงความไม่คาดหวังเหมือนตอนแรกที่แอบรักได้ มีลุ้นยาวๆ เลยล่ะครับ ส่วนถ้ามันจะแย่อย่างการเจอกับความผิดหวัง คิดให้ได้เหมือนช่วงแรกของบทความนี้ ความรู้สึกดีๆ ที่เราคิดว่าได้รู้จักหรือเป็นเพื่อนเธอก็พอใจแล้ว
ขอให้เป็นนักแอบรักที่ดีนะครับ อย่าได้เอาความรู้สึกดีๆ มาทำให้ใครหรือตัวเองต้องลำบากหรือไม่มีความสุข แม้ความรักจะทำให้คนตาบอด แต่ความรักก็ทำให้เราได้รู้ครับว่า "ใจเราไม่บอด" ฮิ้ววว~
กำเนิดโยคะ [ Origins of YOGA ]
โยคะ เกิดขึ้นที่อินเดียเมื่อประมาณ 4 - 5 พันปีที่ผ่านมา เดิมจะเป็นการฝึกเฉพาะโยคีและชนชั้นวรรณะพราหมณ์
เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย ต่อมาโยคะได้พัฒนาผ่านลัทธิฮินดู มายุคพุทธศาสนา ถึงยุคลัทธิเซนในประเทศจีน
โดยแท้จริงแล้ว โยคะไม่ได้เป็นศาสตร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็นศาสตร์สากลที่ศาสนาต่าง ๆ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่ง
ในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้น ๆ โยคะจึงเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะ หะฐะโยคะ( Hatha Yoga )
ซึ่งจัดว่าเป็น Modern Yoga ที่พัฒนามาจากการรวมแบบโยคะดั้งเดิม กับวิธีปฏิบัติของพระพุทธศาสนา

ความหมายของโยคะ [ Meaning Of YOGA ]
โยคะ หมายถึง การสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียว
หะฐะโยคะ (HATHA YOGA) เป็น 1 ในสาขาโยคะทั้งหมด หะฐะโยคะ จะใช้ศิลปการบริหารร่างกาย ภายใต้การควบคุมของจิตใจ
เกิดความสมดุลของพลังด้านบวกและด้านลบ โยคะจึงช่วยบรรเทาและบำบัดโรคได้
หะฐะโยคะ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนเห็นความสำคัญของ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี
ความหมาย
• นมัสการ หมายถึง ทำความเคารพ
วิธีปฏิบัติ
• ยืนหันหน้าไปทางพระอาทิตย์ เท้าชิด พนมมือ
• หายใจเช้าและยกแขนขึ้น ค่อยๆ เอนตัวไปข้างหลัง ยื่นแขนเหนือศีรษะ
• หายใจออกช้าๆ เอนตัวไปข้างหน้า ให้มือที่พนมอยู่สัมผัสพื้นจนกระ ทั่งมืออยู่ในแนวเดียวกับเท้าศีรษะสัมผัสหัวเข่า
• หายใจเข้า ก้าวเท้าขวาถอยหลังมา 1 ก้าว ให้มือและเท้า ยังคงอยู่กับพื้น เท้าซ้ายอยู่ระหว่างมือทั้งสองข้าง ยกศีรษะขึ้น
• ขณะหายใจออก ยกเท้าซ้ายเข้ามาชิดเท้าขวา แขนตรงยกสะโพกขึ้นให้ศีรษะ และแขนอยู่ในแนวเดียวกัน ทำท่าเป็นรูปโค้งขึ้น
• หายใจเข้าและค่อยๆ ลดสะโพกลงมาที่พื้น (ให้สะโพกอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย) ก้มตัวลงไปข้างหลังให้มากที่สุด
• หายใจออก และลดตัวลงมาที่เท้า เข่า มือ และอก สัมผัสพื้น
• หายใจเข้า และค่อยๆยกศีรษะขึ้น เงยศีรษะไปข้างหลังให้ได้มากที่สุด และโค้งกระดูกสันหลังไปให้ได้มากที่สุด เหมือนท่านาคอาสนะ
• ขณะหายใจออกช้าๆ และให้แขนอาสนะ ยกสะโพกขึ้น และให้ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกับแขน ทำเป็นรูปโค้งขึ้น
• หายใจเข้าช้าๆ และงอเข่าซ้าย ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือยังคงอยู่ที่พื้น วางเท้าซ้ายลงบนพื้นระหว่างมือทั้งสองข้าง ยกศีรษะขึ้น
• หายใจออกช้าๆ ให้มืออยู่ที่เดิม ดึงเท้าทั้งสองเข้ามาชิดกัน ให้อยู่แนวเดียวกับมือถ้าเป็นไปได้ ให้ศีรษะสัมพันธ์กับหัวเข่า
• หายใจเข้าช้าๆ และยกแขนขึ้น ค่อยๆเอนตัวไปข้างหลัง โดยยื่นแขนขึ้นเหนือศีรษะ ย้อนกลับไปตำแหน่งยังข้อ 1
ท่าชวังคอาสนะ
ความหมาย
• ในภาษาสันสกฤต ชว หมายถึง ทั้งหมด หรือ ทุกๆ อังคะ หมายถึง ร่างกาย ชวังคะ จึงหมายถึง ทำทั้งร่างกาย
ที่เรียกเช่นนี้เพราะเป็นท่าที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายทุกส่วน ท่านี้มักเรียกกันว่า ท่ายืนบนไหล่
วิธีปฏิบัติ
• นอนหงายในท่า ศพอาสนะ
• หายใจเข้า วางฝ่ามือคว่ำลงบนพื้น ให้สะโพกอยู่บนพื้นขณะงอเข่าและดึงเข่าเข้ามาที่ท้อง หายใจออก
• หายใจเข้าช้าๆ กดฝ่ามือลง ยกลำตัวตั้งแต่ส่วนเอวขึ้นจากพื้น งอกระดูกสันหลังไปข้างหลัง และทำท่อนแขนให้ตรง ให้สะโพกอยู่บนพื้น
• หายใจเข้าแล้วในขณะหายใจออก ให้ยกขาตั้งฉากกับพื้น อาจใช้มือพยุงสะโพกไว้ หรือวางแขนไว้ลงกับพื้นตามถนัด
• ขาดชิด เข่าตรง นิ้วเท้าชี้ขึ้น ศีรษะตรงไม่หันไปด้านใดด้านหนึ่ง เก็บคางให้ชนหน้าอก
• หายใจเข้า ออก ช้าๆ ขณะคงท่านี้ไว้
• ทำย้อนกลับจากข้อ 6 จนกลับสู่ท่าศพอาสนะ
ท่าตรีโกณอาสนะ
ความหมาย
• คำว่า ตรี ในภาษาสันสกฤตหมายถึง สาม โกณ หมายถึง เหลี่ยมหรือมุม
ดังนั้น ท่านี้จึงเรียกว่า ท่าสามมุม หรือท่าสามเหลี่ยม
วิธีปฏิบัติ
• ยืนเท้าชิดแขนแนบลำตัว
• แยกเท้าออกจากกัน ให้ระยะห่างมากกว่าหนึ่งช่วงไหล่เล็กน้อย
• หายใจเข้าและยื่นแขนทั้งสองข้างออกให้ขนานกับพื้น ฝ่ามือคว่ำลง
• หายใจออกช้าๆ หันลำตัวไปทางซ้าย งอตัวที่ช่วงเอว ให้มือขวาลงไปที่แข้งซ้าย ฝ่ามือขวา วางไว้ข้างนอกของหน้าแข้งซ้าย
แขนซ้ายควรยื่นออกไปด้านบนขาและแขนทั้งสองข้างตรง โดยไม่ต้องงอเข่าและข้อศอก
• หันศีรษะขึ้นไปทางซ้าย มองไปที่ปลายนิ้วมือซ้าย หายใจเข้า และกลับไปสู่ท่าเดิม คือท่ายืน ให้แขนกางออก
• คงท่านี้ไว้ เท่ากับช่วงหายใจออก หายใจออกและทำซ้ำ ขั้นตอนที่ 4-7 สลับซ้าย
ศีรษะอาสนะ
ความหมาย
• คำว่า ศีรษะ หมายถึง หัว ในภาษาสันสกฤต ท่านี้คือ ท่ายืนด้วยศีรษะ ซึ่งได้รับความนิยมมากในการฝึกอาสนะ ไม่แพ้ท่าปทมอาสนะ
ด้านบนคือภาพโมกุลในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นภาพโยคีขณะทำท่าศีรษะอาสนะ
วิธีปฏิบัติ
• นั่งคุกเข่า ให้สะโพกอยู่บนส้นเท้า
• เอนตัวไปข้างหน้า วางแขนลงบนพื้น ให้ศอกห่างกัน 1 ช่วงไหล่ ประสานนิ้วมือเข้าไว้ด้วยกัน
• วางศีรษะลงบนพื้น ให้ท้ายทอยสัมผัสมือที่ประสานไว้
• ให้ปลายเท้าจิกพื้น ขณะยกส้นเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นจากพื้น
• คงท่านี้ไว้เป็นระยะเท่ากับการหายใจเข้า ถ้าไม่สามารถกลั้นหายใจได้ ให้ค่อยๆ หายใจออก และนอนราบกับพื้น กางขาออก กลับไปสู่ท่าศพอาสนะ
หลอาสนะ
ความหมาย
• หล แปลว่า คันไถ
วิธีปฏิบัติ
• นอนหงาย แบบท่าศพอาสนะ
• หายใจเข้า วางฝ่ามือคว่ำที่พื้น ให้สะโพกอยู่บนพื้น งอเข่าเข้ามาจรดท้องขณะหายใจออก
• หายใจเข้า ขณะหายใจออกให้ยกขาขึ้นตั้งฉากกับพื้น คุณอาจใช้มือพยุงสะโพก หรือวางแขนราบไปกับพื้นแล้วแต่ถนัด
• หายใจออก แล้วยกขาขึ้นเหนือศีรษะ งอขาตั้งแต่ช่วงเอวลงมา ยกหลังและสะโพก จนนิ้วเท้าสัมผัสพื้นด้านหลังของศีรษะ รักษาเท้าให้ชิดกัน
หากใช้มือพยุงหลังให้ลองวางแขนราบไปกับพื้น ให้ฝ่ามือคว่ำลง ถ้าไม่สามารถวางแขนลงที่พื้นได้ให้ใช้มือพยุงหลังส่วนล่างไว้
• เข่าตรง หายใจช้าๆ และคงท่านี้ไว้สักครู่ ถ้านิ้วเท้าสัมผัสพื้นไม่ได้ ก็พยายามให้นิ้วเท้าอยู่ต่ำที่สุด
• ทำท่าย้อนกลับตั้งแต่ข้อ 5 ถึง 1 จนกลับไปสู่ท่าศพอาสนะเหมือนเดิม
ธนูอาสนะ
ความหมาย
• คำว่าธนู ในภาษสันสกฤต หมายถึง มีรูปร่างเหมือนคันศร โค้ง หรือ งอ คันศร
ในที่นี้หมายถึง คันศรที่ใช้กับลูกธนู ท่าอาสนะนี้ มีชื่อแบบนี้เนื่องจาก ร่างกายมีท่าทางคล้ายคันศรที่โก่งพร้อมยิงธนู
วิธีปฏิบัติ
• นอนคว่ำหน้าไปข้างใดข้างหนึ่ง แขนราบไปกับลำตัว หงายฝ่ามือขึ้น
• หันหน้ามาเพื่อวางคางไว้บนพื้น หายใจออก งอเข่า เอื้อมแขนไปข้างหลัง จับข้อเท้าขวาไว้ด้วยมือขวา จับข้อเท้าซ้ายด้วยมือซ้าย
• ขณะหายใจเข้า ค่อยๆ ยกขาขึ้นโดยดึงข้อเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นจากพื้น และยกอกขึ้นจากพื้นในเวลาเดียวกัน
กลั้นลมหายใจเข้าเอาไว้ ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนหน้าท้อง
• ยื่นศีรษะให้ไกลที่สุด คงท่านี้ไว้ขณะกลั้นหายใจ
• หายใจออกช้าๆ วางเข่าลงบนพื้น ปล่อยข้อเท้า ค่อยๆ วางขาและแขนลงบนพื้น หันหน้าไปข้างหนึ่ง ทำเหมือนท่าเริ่มต้น
ท่าพิจิกอาสนะ
ความหมาย
• ท่าพิจิกหรือท่าแมงป่อง ในท่านี้ ร่างกายจะดูเหมือนแมลงป่อง ที่ยกหางโค้งขึ้นเหนือหัว พร้อมจะต่อยคู่ต่อสู้
แม้ท่านี้จะดูยากสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก
วิธีปฏิบัติ
• คุกเข่าลงที่พื้น โน้มตัวไปข้างหน้า วางศอกและแขนด้านในราบไปกับพื้น ให้ฝ่ามือคว่ำลง แขนควรห่างกันประมาณ 1ช่วงไหล่
• ยื่นศีรษะไปข้างหน้าและยกให้สูงที่สุด
• ยกสะโพกขึ้น วางเท้าให้มั่นคง
• หายใจเข้าและแกว่งขาขึ้นไปเหนือศีรษะ รักษาสมดุลของร่างกายไว้ ยกขาตรงขึ้นเหนือศีรษะ
• ค่อยๆ งอเข่าและปล่อยขาลงมาทางด้านศีรษะ ระวังอย่าเคลื่อนไหวเร็วเกินไป และอย่าทิ้งขาลงไปไกลเกินไปขณะรักษาสมดุลของร่างกายไว้
• ทำย้อนกลับจากข้อ 5 จนกลับไปสู่ท่าคุกเข่า
* ข้อควรระวัง ไม่ควรลองท่าแมงป่อง จนกว่าคุณจะสามารถทำท่าที่ต้องใช้สมดุลของร่างกายอื่นๆ และไม่เหมาะกับสตรีมีรอบเดือน
ท่าพฤกษอาสนะ
ความหมาย
• ในภาษาสันสกฤต พฤกษะหมายถึง ต้นไม้ ท่านี้จึงเรียกว่าท่าต้นไม้
"ยืนตรงบนขาซ้าย งอขาขวาและวางขาขวาไว้บนโคนขาซ้าย ยืนเหมือนต้นไม้ ยืนอยู่บนพื้นดิน นี่คือท่าพฤกษอาสนะ"
วิธีปฏิบัติ
• ยืนเท้าชิด แขนแนบลำตัว
• งอเข่าขวา ยกต้นขาขวา และยก ส้นเท้าขวาไปบนต้นขาซ้ายด้าน ในให้โกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
• ทรงตัว บนเท้าซ้าย ยกแขนทั้งสอง ข้างขึ้นเหนือศีรษะ อย่าให้ข้อศอกงอ และให้ฝ่ามือประชิดกัน
คงท่านี้ไว้ขณะค่อยๆ หายใจ ประมาณ 10 ช่วงหายใจเข้าออก
• ลดแขนและขาขวาลง และกลับไปสู่ตำแหน่งในข้อ 1 คือการยืนหน้าชิด แขนแนบลำตัว หยุดพักสักครู่ และทำซ้ำด้วยขาข้างหนึ่ง
ศพอาสนะ
ความหมาย
• ความหมาย คำว่า ศพ ในภาษาสันสกฤต หมายถึง ร่างที่ตายไปแล้ว
"การนอนลงที่พื้นเหมือนศพ เรียกว่า ศพอาสนะ ช่วยกำจัดความเหนื่อยล้าและให้จิตใจได้พักผ่อน" จากหัตถโยคะปฏิบัติ
วิธีปฏิบัติ
• นอนหงาย อย่าให้ขาแตะกัน แขนราบไปกับลำตัว ฝ่ามือหงายขึ้น
• หลับตาลง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ
• งอข้อศอก วางฝ่ามือบนพื้นใต้ไหล่ ให้นิ้วชี้ไปด้านหลัง
• มุ่งความสนใจไปที่อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกาย จากหัวถึงเท้า แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายทีละส่วน
• คงท่านี้ไว้ 10-15 นาที หากรู้สึกง่วงนอนขณะทำท่านี้ ให้หายใจเร็วและลึกขึ้น
• ครั้งแรกที่ฝึก ให้คงท่าศพอาสนะไว้ 10 หรือ 15 นาที กลับมาทำซ้ำเป็นระยะๆ ในช่วงฝึกท่าต่างๆ เพื่อผ่อนคลายและกระตุ้นร่างกาย / จิตใจ
คำแนะนำ
บางคนคิดว่าท่านี้ง่ายมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น จุดประสงค์ของศพอาสนะ คือ ให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย
นอกจากร่างกายจะต้องนิ่งและผ่อนคลายแล้ว จิตใจยังต้องนิ่งราวกับผิวน้ำที่ปราศจากการรบกวนอีกด้วย
ผลที่ได้คือการผ่อนคลายอย่างล้ำลึกและนิ่ง อันจะส่งผลให้เกิดสมาธิต่อไป
การฝึกศพอาสนะนั้นต้องใช้เวลา การกำหนดความสนใจไปที่อวัยวะแต่ละส่วนและ กำหนดลมหายใจล้วนแต่มีประโยชน์ต่อการฝึกท่านี้อย่างยิ่ง
อุปสรรค 2 อย่างที่อาจลดคุณค่าการฝึกศพอาสนะ ก็คือ ความง่วงและจิตใจที่ฟุ้งซ่าน หากรู้สึกง่วงขณะฝึก ให้กำหนดลมหายใจให้ลึกขึ้น
หากจิตใจไม่นิ่ง ให้มุ่งความสนใจไปที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย กำหนดจิตไปที่พื้นหรือที่จังหวะลมหายใจของคุณเอง
การฝึกศพอาสนะควรทำก่อนและหลังการฝึกอาสนะเป็นประจำ
ข้อมูลจาก Practice 01
------------------------------------------------------------------------------


