วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

10 สาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกกันมากที่สุด

b342d21b96c7cc492995e2f7e38b0d4b_121516499610 สาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกกันมากที่สุด

หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า เอ่ . . . ทำไมเขาหรือเธอคนนั้นจึงเลิกลาจากเราไป บางคนอาจโทษอีกฝ่ายหลายคนก็โทษตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่มองย้อนกลับไปในขณะคบกันว่าเราทำอะไรผิดไปบ้าง ลองมาดูกันเผื่อจะระลึกได้ หรืออาจเป็นประโยชน์หากคุณยังคบกันอยู่ ดูกันว่าพฤติกรรมเหล่านี้แหละที่อาจทำให้คุณเลิกลากันไป

1. เอาแต่ใจ ตัวเอง    
เป็น เรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะ เอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง น้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย
2.ทำตัวเป็นเจ้าของ มากเกินไป   
การ ที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่อง แปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขา ในลักษณะที่เป็นเงา ตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลา ส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน
3. หึง แบบไร้ขีดจำกัด
คง จะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอด เวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ

4. บอกเลิกทุกครั้ง ที่ทะเลาะ

ส่วน ใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่า นั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าค่ะ
5.ไปเจ๊าะแจ๊ะ กับคนอื่น
ถือ ได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่า สำหรับพวกเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุมคือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของ เขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม อีกกรณีหนึ่งที่หิงหรือชายไปชอบเพื่อนของฝ่ายหนึ่ง นอกจากจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแตกสะบั้นแล้ว คนอื่นจะมองคุณเป็นคนไม่ดีเอามาก ๆ ด้วย ข้อนี้ต้องคิดให้ดีค่ะ  

mmn326.เชื่อเพื่อน มากเกินไป   

บาง ครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะค่ะ เพราะจากที่ เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทนคุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอ สำหรับคุณหรือเปล่า
7. โกรธแล้ว ไม่พูดด้วย   
เป็น สาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูด กัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้
8. นัดแล้ว ไม่เป็นนัด       
การ เลื่อนนัด ประเภท เลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่ายนัด บ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคะ
9. พูดจาข่มกัน ต่อหน้าคนอื่น    
อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกัน ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ค่ะ
10. โกหก      
บาง คนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจค่ะ

10 วิธีปราบแฟนนอกใจ

558727-topic-ix-01.อย่าโวยวาย
เริ่มจาก นับ หนึ่ง สอง สาม ในใจ…. แล้วนิ่ง เฉยไว้ก่อน อย่าปล่อยให้อารมณ์หึง
ทำ ให้ คุณหุนหันพลันแล่น ตีโพยตีพายไปก่อน หรือปล่อยให้ความเสียใจ ทำให้คุณตัดสิน ใจอะไรผิด ๆ เรื่องแค่นี้อาจเป็นความ ผิดพลาด ชั่วครั้งชั่วคราวยิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ ไว้ก่อนยิ่งดี
2.ห้ามใช้วิธีรุนแรงโดยเด็ดขาด
พยายาม ทำตัวเป็นนางเอกเข้าไว้ (อย่าเป็น นางร้ายซะเอง)ข่มใจไว้ อย่าลุกขึ้นอาละวาด หรือทำร้ายฝ่ายตรงข้าม เพียงเพราะต้องการแก้แค้นให้สาสม กับที่คุณเจ็บปวด เพราะ มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นซ้ำร้ายมันอาจทำให้ ปัญหาลุกลามใหญ่โต
3.คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต
ถ้า เค้าจะนอกลู่นอกทาง ไปตื่นเต้นกับ ของใหม่ ก็ปล่อย ๆไปบ้าง แต่ที่สำคัญคือคุณ ต้องแสดงให้เค้าเห็นว่า เราเป็นผู้หญิงที่มีคุณค่า และเหมาะที่จะเป็นภรรยา และแม ่ของลูกมากที่สุด ของดี… ใคร ๆก็อยากได้… จริงไหม ทำดีต่อเค้า ใหมาก เพื่อพิสูจน์ว่าคุณยอมรับเค้าได้ในทุกเรื่อง
4.อย่ามัวแต่ระแวงการนอกใจ

แม้ จะร้ายแรง แต่ไม่ถึงขั้น "ฆ่าคนตาย" นะจ๊ะ ถ้าต่อจากนั้น คุณเอาแต่จ้องจับผิดว่าเค้าจะไปไหน ทำอะไร กับใคร คอยเช็คไปซะทุกเรื่องมันก็ยิ่งทำให้เค้า เบื่อหน่าย และรำคาญ (แทนที่จะสำนึกผิด)แค่แสดงให้เค้ารู้ว่าเรารู้ แต่นิ่งเฉยไว้ ปล่อยให้สำนึกผิดเองได้ผลกว่า
5.ไร้ประโยชน์ที่จะฟื้นฝอย หาตะเข็บ
จำ ไว้ว่าการขุดคุ้ยอดีต ที่เป็นแผลของ อีกฝ่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งไม่ได้ ประโยชน์ และรังแต่จะตอกย้ำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น กลายเป็นชนวน ของการทะเลาะเบาะแว้งกันไปปล่าว ๆและยิ่งตอกย้ำว่าคุณยังฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
6.การให้อภัย

แม้ ว่า"การให้อภัย" จะเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด อย่างหนึ่งในชีวิตคนเราแต่ถ้าการที่เราเลือก ที่จะคบใครสักคน และจะประคองความรัก ไปให้ตลอดรอดฝั่งก็ควรยกโทษให้กับคนที่ เรารัก เพราะเค้าเองก็เป็นแค่คนธรรมดา คนหนึ่งที่ทำผิดพลาดได้เสมอ
7.อย่าประชดชีวิต
ควร วางตัวเองให้มีคุณค่า อย่าคิดประชดคนรัก ด้วยวิธีเดียวกันคือหันไปหาคนอื่นบ้าง เพราะ วิธีนี้จะทำให้เค้าเป็นฝ่ายเลือกที่จะไปหาคนอื่น การใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ใช้ไม่ได้ผลกับความรักนะจะบอกให้
25_201108042219598.เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น

อย่า ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทำตัวให้ดูดี ดูสวยเข้าไว้เอาแบบที่รียกว่า แม้แต่คนรักของคุณยังตาค้าง ผมที่ยุ่ง ๆ ฟู ๆก็จัดการซะให้เรียบร้อย เช็ด คราบน้ำตาทิ้ง แล้วหันมาเอาใจใส่ให้สวยปิ๊งดีกว่าเป็นไหน ๆ เราไม่ใช่ของตายของใคร นะเออ
9.หันหน้าเข้าหากัน
สาเหตุ ของการนอกใจส่วนหนึ่งมาจากปัญหา ระหว่างคุณและเค้า ซึ่งคุณเองอาจมีข้อบกพร่องในบางสิ่ง ควรหันมาพูดคุยกัน เพื่อปรับความ รู้สึกเข้ากับอีกฝ่ายรวมทั้งให้เวลาและเอาใจใส่ คนรักให้มากขึ้น
10.ไม่ควรเอาเรื่องนี้ไปประจาน กับคนอื่น

ปัญหา นี้เป็นเรื่องของคนสองคนระหว่างคุณ และเค้า ทางที่ดีอย่านำความผิดของเค้าไป โพนทะนาหรือประจานให้เพื่อนหรือบุคคล ใกล้ชิดฟัง เพราะจะทำให้คนรักของคุณรู้สึกเสียหน้า และเข้าหน้าคนใกล้ชิดของคุณ ไม่ติดแล้วแม้ว่าต่อไปเค้ากับคุณจะคืนดีกัน หรือไม่ก็ตาม
วิธีง่าย ๆ แต่ทำใจ ปฎิบัติยากข้างต้น …
นอกจากจะสามารถแก้ไขเรื่องร้าย ให้กลับกลาย เป็นดีแล้ว เมื่อปัญหาคลี่คลาย
คุณจะพบว่าความดี และความอดทนของคุณ จะทำให้เค้าและ คุณเข้าใจกันและกันมากขึ้นใน ทางตรงกันข้าม ฮึ่ม! ถ้าทำขนาดนี้แล้วเค้ายังไม่เห็นความดีของคุณหล่ะก็ ขอแนะนำว่า คุณเองก็ควรเริ่มเล็ง ๆที่จะเปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ ที่ดีกว่าบ้างก็ดี ยังไงก็ "อย่ารักคนอื่นมากกว่ารักตัวเองนะจ๊ะ" ..

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คุณมองหาอะไรในตัวคนรักของคุณ?

คุณรู้มั้ยว่า “อะไรกันที่คุณต้องการจากความสัมพันธ์ของคุณกับคนรัก อะไรที่คุณมองหาจากตัวคนรักที่จะมาเติมเต็มความต้องการเหล่านั้น…?” เชื่อเถอะค่ะว่า คนส่วนใหญ่มักจะสับสนเมื่อต้องตอบว่า อะไรคือ สิ่งที่เค้าต้องการจากคนรักของเค้า…แต่คุณควรที่จะรู้ว่า คุณกำลังมองหาอะไรจากความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนรัก

….. ความต้องการทางด้านร่างกาย คุณเคยรู้สึกแบบนี้มั้ย “ฉันต้องการคนที่สามารถ จะมาเติมเต็มความต้องการทางร่างกายให้กับฉันได้”…

….. ความต้องการเพื่อน คุณอาจจะไม่ต้องการคนรักแต่คุณต้องการ “เพื่อน” ที่จะอยู่คุยกับคุณเมื่อคุณรู้สึกมีความสุข หรือรู้สึกแย่ๆ

….. ช่องว่าง คุณแค่รู้สึกว่ายังขาดอะไรไปบางอย่างเท่านั้น คุณต้องการใครสักคนที่จะมาช่วยเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้นของคุณให้มันเต็มซะที

….. เป็นของๆ ฉัน คุณไม่เพียงแค่ต้องการคนที่อยู่ด้วยทุกวัน แต่รวมไปถึงคนที่เป้นของๆ คุณอย่างแท้จริง คนที่สามารถหัวเราะ ร้องไห้ เป็นกำลังใจให้กันตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งเดินดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันจูงมือกันไปตามทางเดิน อะไรประมาณนั้น…

….. ฉันต้องการความรัก…!!! คุณต้องการได้รับความรัก การเอาอกเอาใจ อย่างที่คุณไม่เคยได้รับมาก่อน ใครสักคนที่จะมอบความอ่อนโยนและความรักที่มากล้นเต็มเปรี่ยมให้แก่คุณ

….. “ความรัก”… “ความสัมพันธ์”ของคนสองคนจะถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ถ้าหากว่าคุณรู้ว่าคุณต้องการอะไร คุณอาจพูดคุยกับคนรักของคุณแล้วบอกความต้องการของคุณแก่เค้า แล้วเค้าจะเข้าใจคุณอย่างลึกซึ้งค่ะ…

สาว 7 ประเภท ที่หนุ่มๆ หวาดหวั่น

567043-topic-ix-0ประเภทบ้าแฟชั่น
แฟชั่น เขาไปถังไหน ไม่ต้องไปเปิดหนังสือแฟชั่นให้เมื่อยหรอก ดูที่การแต่งตัวของสาวประเภทนี้แหละ เจ้าหล่อนจะไม่มีวันยอมล้าหลังใครแม้แต่เสี้ยวเดียว จึงจะอดข้าวอดน้ำเพื่อเก็บเงินเอาไปซื้อเครื่องแต่งต ัวก็ยอม ขอให้ได้สวยไว้ก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

ประเภทฝันถึงเจ้าชาย
สาว ประเภทนี้คล้ายกับซิลเดอร์เรลล่า ที่รอคอยให้เจ้าชายมาช่วยฉุดให้พ้นจากปัญหา มีผู้ชายอยู่ใกล้ตัว หล่อนจะเหมือนกับคนปัญญาอ่อน ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่เปิดกระป๋องด้วยเครื่องเปิดกระป๋องง่ายๆ ก็ทำไม่เป็น ต้องให้ "เขายื่นมือมาช่วย" แล้วหนุ่มคนไหนจะทนได้ล่ะ อยากรู้นัก

ประเภทไม่ยอมพรากจรรยา
เป็น คนที่บูชาตัวเอง และเคร่งครัดศีลธรรมจรรยา จะไม่มีความสุขเพราะความรู้สึกขัดแย้งกับตัวเองตลอดเ วลา พลอยทำให้หนุ่มคู่ควงไม่สบายใจไปด้วย

ประเภทพูดเรื่องเซ็กส์ได้สบายปาก
ประเภท นี้ฝรั่งเขาเรียกว่า "เซ็กซี่ไซเรน" คือเห็นก็รู้ว่าเป็นคนชอบเรื่องพรรณนั้น แต่งเนื้อแต่งตัวก็ชะเวิกชะวาก ยั่งยวนใจ พูดจาสัปดน ดูๆก็เป็นสาวในฝันของผู้ชายอยู่หรอก เพราะพูดจากันรู้เรื่องเร็วดี แต่ไม่เป็นงั้นน่ะซี พอเอาเข้าจริงๆหล่อนจะขืนแข็งหรือชาเย็น เรียกว่าล่อให้หนุ่มคึกเล่นเท่านั้น

3c56d64178b45653e45973d35ddc0479_1232462653ประเภททำเหมือนแม่
ความ จริงหล่อนหึงน่ะ แต่หนึ่งในแบบที่ว่าพยายามให้ชายพึ่งพาหล่อน เพื่อที่ว่าผู้ชายจะไม่ได้ทิ้งหล่อนไปไหน ผู้ชายอาจจะได้เงินทองของมีค่า หรือการช่วยเหลือจากหล่อน คล้ายๆกับที่ลูกที่มีแม่เป็นผู้จัดการหาทุกสิ่งทุกอย ่างให้ ดูมันก็ดีหรอก แต่จริงแล้วต่อไปหล่อนจะคุมจนผู้ชายนั้นแทบจะไม่มีโอ กาสเป็นตัวของตัวเอง

ประเภทเอาแน่ไม่ได้
ที่ เป็นเช่นนี้ เพราะหล่อนเป็นสาวสังคม ชอบสังสรรค์ไปทั่ว ชอบรู้จักคนโน้นคนนี้ แสวงหาแสงสีให้กับตัวเองอยู่เสมอ ดูผิวเผินหล่อนเป็นเครื่องปรุงรสชาติได้อย่างดี แต่ก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่นานหน้ากากหล่อนก็จะหยุดออกเผยให้เห็นสภาพที่แท้จ ริงของการเป็นคนเอาแน่เอานอนไม่ได้ เดี๋ยวรักเดี๋ยวไม่รัก

สุดท้าย ประเภทไม่ยอมออกความเห็น
เรียก ได้ว่าหล่อนมีอาการเป็นช้างเท่าหลังเต็มที่ แฟนว่าไง ฉันก็ว่างั้น หลีกเลี่ยงหรือไม่ยอมออกความคิดเห็นของตน

ฉะนั้น ถ้าคุณไม่อยากอยู่ใน 7 สาวดังที่กล่าวมานี้ ก็ใส่เกียร์จะเดินหน้าหรือถอยหลังก็แล้วแต่สะดวก ไปให้ไกลเท่าที่จะไกลได้

ทำใจเผื่อสักนิดถ้าคิดจะหาคู่ในที่เที่ยว (กลางคืน)

563033-topic-ix-0ถ้าจะให้วัดกันว่าเป็นเรื่องถูกผิดก็ดูจะไร้เหตุผลเกินไป จะผิดหรือถูกนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองว่าเที่ยวอย่างมีสติหรือไม่ สำหรับคุณผู้หญิงแล้ว หากคิดจะมาหาคู่แท้ที่นี่ต้องบอกเลยว่า ใช่ว่าร้อยทั้งร้อยคุณจะเจอพ่อเทพบุตรแสนดีเสมอไป สิ่งที่อยากจะแนะนำข้อควรระวังสำหรับสาวๆ ที่ไปเจอหนุ่มๆ เข้ามาจีบในที่เที่ยวกันครับ

มีแฟนอยู่แล้ว

นอกจาก เป็นเรื่องของความเจ้าชู้แล้ว ในบางคนอาจจะเกิดจากแรงยุของเพื่อน เพราะการรวมกลุ่มเป็นแก๊งค์จะทำให้เกิดการท้าทายแข่งขันแล้ว มีการยุยงส่งเสริมให้คนที่มีเจ้าของอยู่แล้วออกนอกลู่นอกทางได้เช่น “อ้าว ป๊อดเหรอ”, “กลัวเมียเหรอ” ซึ่งเป็นหัวข้อที่กระทบกับศักดิ์ศรีของผู้ชาย (บางคน) ทำให้เขาเหล่านั้นต้องทำพฤติกรรมเลียนแบบเช่นกัน ส่วนผู้ชายอีกจำพวกคือผู้ชายเจ้าชู้ ต่อให้มีอยู่แล้วก็จะบอกว่าไม่มีซึ่งคุณผู้หญิงทั้งหลายควรระวังผู้ชายประเภทนี้ไว้ให้ดี

ขำๆ ไม่จริงจัง

เวลาผู้ชายอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน (เปรียบเสมือนการล่าสัตว์เป็นกลุ่ม) ความคึกคะนองและการท้าทายกันจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องปรกติ ดังนั้นเมื่อสาวๆ ได้ไปประสบพบเจอกับหนุ่มที่มากันเป็นแก๊งค์แล้วล่ะก็ ขอให้ทำใจเผื่อไว้ก่อนว่าการที่เขาเข้ามาขอเบอร์คุณนั้น อาจไม่ได้เกิดจากการที่เขาเหล่านั้นปิ๊งคุณจริงจังก็เป็นได้ครับ อาจเกิดจากแรงยุของเพื่อนๆ หรืออาจเกิดจากการพนันแข่งขันกันภายในกลุ่มว่าคืนนั้นใครจะได้เบอร์สาวก่อนกัน หรือใครจะได้เบอร์สาวมากกว่ากันก็เป็นไปได้ครับ

ล่าแต้มและ One Night Stand

เรื่องค่านิยมของผู้ชายกับจำนวนผู้หญิงที่เขาสามารถมีเซ็กส์ด้วยได้ยังคงเป็นค่านิยมที่ไม่เคยหายไปจากทุกสังคมทั่วโลก แถมยังเปิดกว้างมากขึ้นในบ้านเราด้วย ผู้ชายบางส่วนไปเที่ยวก็ไปเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แต่เรื่องเหล่านี้ยังเกิดขึ้นอยู่เพราะเขาเหล่านี้ประสบความสำเร็จมาแล้วกับภารกิจของเขานั่นเอง ถ้าคุณไม่ใช่ผู้หญิงประเภทเดียวกันกับผู้ชายแบบนี้ก็ควรจะระมัดระวังตัวไว้ให้ดีนะครับ เพราะเขาเหล่านี้ไม่ได้คิดจริงจังกับคุณแม้แต่น้อย คิดแค่เพียงจะลากคุณขึ้นเตียงเพื่อเติมประวัติทางการล่าเหยื่อของเขาเท่านั้น

มิจฉาชีพ

ถ้าคุณเป็นสาวที่ไม่แคร์เรื่อง เซ็กส์แบบข้ามคืน การมีเซ็กส์กันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคุณ แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรล่ะครับว่าชายหนุ่มที่หอบหิ้วคุณไปด้วยนั้นเขาไม่ใช่มิจฉาชีพในร่างเทพบุตร ตอนไปเขาพาคุณไปเพียงสองต่อสองแต่ เมื่อถึงเวลาอาจจะมีเพื่อนเขาอีกเป็นฝูงรออยู่ที่บ้าน ซ้ำร้ายกว่านั้นถ้ามีการบันทึกเป็นคลิปหรือวีดีโอเก็บเอาไว้แบล็คเมล์คุณ คุณจะมีปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกเลยทีเดียว ร้ายแรงยิ่งกว่าคือ เรื่องของการฆ่าชิงทรัพย์ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่ คุณอาจจะไม่ได้โดนคนที่คุณไปนอนด้วยทำร้ายอะไร แต่ระหว่างทางขากลับที่คุณต้องกลับคนเดียวล่ะครับ คิดให้ดีๆ ก่อนจะไปไหนกับคนแปลกหน้า รวมทั้งคุณคิดถึงสวัสดิภาพของตัวคุณเองด้วย

7747be6f49a5be94d2e7f1307bd9ee19_1265117472โชคดีได้เจอคู่แท้

ผู้ชายบางคนอาจโชคดีไปเจอกับผู้หญิงที่ไม่ชอบเที่ยวแต่ไปเพราะโดนบังคับจากเพื่อนฝูง แต่ในอีกกรณีคุณก็อาจจะได้เจอ ผู้ชายประเภทนี้เช่นเดียวกัน คนที่นานๆ ไปเที่ยวที หรือคนดีที่เคมีตรงกับคุณ เพราะคนเที่ยวกลางคืนใช่ว่าจะเป็นคนเลวทุกคนเสมอไป เมื่อคุณได้ลองคบกันดูคุณอาจจะเปลี่ยนเขาให้เขาเที่ยวลดลงหรือเลิกเที่ยวไปเลย หรือคุณอาจจะมาเที่ยวกับเขาเป็นประจำ เพราะคุณทั้งคู่มี Life Style ที่เหมือนกันไงครับ

การเที่ยวกลางคืนสิ่งที่ต้องมีคือเรื่องของการมีสติและรู้จักดูแลตัวเอง อย่าปล่อยให้เมากันยกกลุ่ม ยิ่งถ้ามีการนำรถไปด้วย แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายอันตรายก็เกิดขึ้นได้กับคนที่ประมาทแต่ผู้หญิงจะดูเสียเปรียบในทุกๆ เรื่อง การหาคู่ในที่เที่ยวกลางคืนใช่ว่าจะเจอแต่เรื่องผิดหวังเพียงอย่างเดียว บางคู่ก็คบกันได้ยืดยาวจนถึงขั้นแต่งงานกันก็มี ส่วนคนที่โดนหลอกก็มีไม่น้อยเช่นกัน เป็นเรื่องที่ต้องทำใจเผื่อ

บทความนี้จัดทำโดยบริษัทหาคู่มาตรฐาน USA

ความรักกับการ “รอ”

33b628660222decd3b0bba8ff45fe324_1283672660ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน คงจะมีคำว่า “รอ” แทรกอยู่ในทุกรูปแบบ เราลองมาดูกันนะครับว่าการ “รอ” กับความรักมีแบบไหนกันบ้าง


รอเอาชนะใจอีกฝ่าย

สิ่งสำคัญของความรักคือไม่สามารถระบุได้ว่าคุณต้องใช้เวลานานเท่าไร เพราะคนบางคนอาจยอมแพ้ให้กับความทุ่มเทของอีกฝ่าย แต่บางคนก็ไม่สามารถชนะใจอีกฝ่ายได้ เมื่อใดที่คุณทำทุกอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถชนะใจเขาหรือเธอได้นั้น อยากให้คิดซะว่าคุณได้ทำเต็มที่กับความรักครั้งนี้ของคุณแล้ว เรื่องของความรักบังคับกันไม่ได้จริงๆ ไม่เหมือนกับการซื้อของ จ่ายเงินไป รับของมาแล้วจบกัน ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า เมื่อคุณได้ทุ่มเทให้กับความรักแล้ว คุณจะสามารถชนะใจอีกฝ่ายได้หรือไม่ บางคนสมหวัง บางคนผิดหวัง


รอคนมีเจ้าของให้เขาเลิกกัน

รักแบบนี้เกิดจากการให้ความหวัง เป็นความรักของคนที่มาทีหลัง หรือเรียกได้ว่า “มือที่สาม” นั่นเอง เขาให้คุณรอและทนเพื่อคนๆ นั้นต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการรอที่เลื่อนลอย เพราะกลุ่มคนประเภทนี้มักจะมีข้ออ้างและประโยคหว่านล้อมให้คุณตายใจและมีความหวังกับการรอ เช่น ใกล้จะเลิกกันแล้ว, อดทนเพื่อลูก หรือหลายๆ อย่างที่เป็นแค่ข้ออ้างมากกว่าความจริง

86611รอคนรักให้บอกเลิก

เป็นการ “รอ” ที่ค่อนข้างเจ็บปวดของฝ่ายที่ไม่รู้ตัว โดยคน “รอ” นั้นยังคงคบหรือใช้เวลาอยู่ด้วยแบบขอไปที ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นคนดีไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเสียใจ ทั้งที่ความเป็นจริงคือหมดรักอีกฝ่ายแล้วแต่ไม่กล้าบอกเลิก ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตาม แต่การกระทำที่เปลี่ยนไปทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายหมดความอดทนและบอกเลิกตนนั้น เพียงแค่ไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนบอกเลิกก่อนเท่านั้นเอง ถ้าคุณหมดรักคนรักของคุณแล้ว อย่าใช้วิธีนี้ในการประวิงเวลาเพื่อให้คุณไม่รู้สึกผิด เพราะมันเป็นการทำร้ายอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น เพราะเมื่อคุณหมดรักอีกฝ่ายนั้น เขาหรือเธอสามารถสัมผัสถึงความรักที่หดหายของคุณได้เช่นกัน


รอคนรักเก่าให้กลับมา

การบอกเลิกนั้นนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่ถูกบอกเลิกแล้ว หลังจากเวลาผ่านไปคนที่ถูกบอกเลิกบางคนก็สร้างความหวังให้กับตัวเอง ว่าคนที่ทิ้งไปนั้นอาจจะกลับมา ซึ่งความหวังจากการรอครั้งนี้ อาจเป็นเพียงการหลอกตัวเองไปวันๆ เท่านั้น สิ่งสำคัญคือ ถ้าเขาคนนั้นที่คุณรอกลับมาจริง คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ทำให้คุณเสียใจด้วยการทิ้งคุณไปอีกก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นการ “รอ” แบบไหน สิ่งสำคัญคือการมีสติและใช้เหตุและผลมากกว่าอารมณ์ ความรักส่งผลให้มีทั้งคนที่สมหวังและผิดหวัง การ “รอ” ก็เป็นหนึ่งในความทรมานที่เกิดจากความรัก คนที่ขอให้ “รอ” อาจไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือสำนึกใดๆ มาก เพราะความรู้สึกทั้งหมดจะตกอยู่ที่คน “รอ” อย่าปล่อยให้ใคร “รอ”

หลากหลายมุมมองความรัก

33b628660222decd3b0bba8ff45fe324_1283672660มุมมองความรัก
(มุมที่ 1 : รั ก แ ร ก แ ป ล ก ห นั ก ห น า)

คุณจำความรักครั้งแรกได้ไหม?
คุณจำความรู้สึกร้อนวูบวาบในอก ... อึดอัดจนรู้สึกหายใจไม่ออกได้ไหม?
คุณรู้ไหมที่หัวใจเต้นโครมครามนั้นเป็นอย่างไร?
คุณคงจะตอบไม่ได้ถ้าคุณไม่เคยมีรักแรก

รักแรกเป็นความรักที่แปลก
และเป็นความรักที่มักจบลงด้วยน้ำตา
เป็นความทรงจำที่แฝงตัวในกลอนฝากรักแบบเด็กๆ ไร้เดียงสา
เป็นความชื่นใจเพียงแค่ชั่วแวบนึงที่ได้เห็นหน้า
เป็นความเปิ่นที่คุณอาจอมยิ้มเมื่อนึกถึง
รักแรกสอนหัวใจให้รู้จักรักเป็น เจ็บเป็น ช้ำเป็น
หลายคนฝังใจกับรักแรกและไม่สามารถลืมได้

เพราะมันเป็นรักฝังใจไปเสียแล้ว
พิษสงของรักแรกนั้นช่างอ่อนหวานและเจ็บปวด
Benjamin Dirsraeli ถึงกับรำพันว่า

"The magic of first love is our ignorance that it can never end"
(มายาของรักแรกนั้นเห็นจะเป็นความเขลาของเราที่เชื่อว่ารักแรกจะไม่มีวันจบสิ้น)
แต่ไม่ว่ารักแรกของคุณจะลงเอยอย่างไร อย่างน้อยที่สุด
หัวใจของคุณก็ได้เรียนรู้แล้วว่า

การเห็นคนๆหนึ่งสำคัญเท่าตัวเรา
ทำให้เรากลายเป็นคนที่คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
คำเตือน:อย่าฝังตัวเองไว้กับอดีตที่คุณไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อเจ็บช้ำกับความรักเพียงอย่างเดียว
ความสุขเพราะรักนั้นจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่า

คุณจะไขว่ขว้ามันไว้หรือเปล่า...........!!!?

มุมมองความรัก

002(มุมที่ 2 : ห า ก คุ ณ รั ก ใ ค ร สั ก ค น ก็ บ อ ก เ ข า ไป)

"...if you love some somebody, Tell them..."
หากคุณรักใครสักคน ก็บอกเขาไปเสียเถอะ คุณว่าจริงไหม?
เวลาที่คุณมีความรู้สึก"พิเศษ"กับใครคนหนึ่ง
คุณมักจะรู้สึกอิ่มเอมอยู่ในใจเสมอเมื่อได้คุยหรือเพียงเห็นหน้าคนๆนั้น
แต่หลายคนก็ได้แต่เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้

ไม่กล้าบอกออกไปด้วยความ"อายหรือกลัว"
บางคนกลัวว่า ถ้าบอกความรู้สึกนั้นไปแล้ว"เขา"อาจจะเปลี่ยนไป
สู้เป็นเพื่อนกันยังดีกว่า เพราะอย่างน้อย"เขา"ก็ยังคงปฏิบัติกับเราเหมือนเดิม
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณพอใจจะเป็นฝ่ายรักเขาอยู่เงียบๆ ข้างเดียว
หรือต้องการให้เขามองกลับมาหาคุณบ้างหรือเปล่า
แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้คุณจำไว้นั่นคือ

"เพลงนั้นจะไม่ใช่เพลงจนกว่าคุณจะร้องเพลงนั้นออกไป"
ระฆังก็จะไม่ใช่ระฆังจนกว่าคุณจะตีมันให้ดังกังวานออกมา
ความรักก็เช่นกัน คุณไม่อาจพูดได้ว่า สิ่งที่อยู่ในใจคุณนั้นคือความรัก
จนกว่าคุณจะได้ให้ความรักของคุณแก่ใครสักคนโดยการบอกรักเขา
ถ้าคุณรักเขาแล้ว ถึงจะไม่กล้าบอก

ก็จงแสดงออกมาเถอะว่า "คุณรัก คุณห่วงใย"

อย่าได้เก็บความรักเหล่านั้นไว้ชื่นชมคนเดียวเลย

มุมมองความรัก

004(มุมที่ 3 : เ งื่ อ น ไ ข แ ล ะ ค ว า ม ค า ด ห วั ง)

"ทำไมถึงรักเขา" คุณเคยถามตัวเองไหม?
แล้วคุณหาคำตอบให้ตัวเองได้ไหม?
ถ้าคุณตอบว่า "ได้ ที่ฉันรักเขาก็เพราะเขา perfect ออกปานนั้น"
รู้ไว้ด้วยว่า คุณกำลังสร้างเงื่อนไขให้กับความรักของคุณ
การสร้างเงื่อนไขก็คือการสร้าง"ถ้า"ขึ้นมากำกับความรักของคุณ
เช่น -ถ้าเขา perfect ฉันจะรักเขา -ถ้าเขาเรียนเก่ง

ฉันจะรักเขา -ถ้าเขาเข้าใจฉัน
ฉันจะรักเขา -ถ้าเขาน่ารัก ฉันจะรักเขา ฯลฯ เช่นนี้แล้ว
ความรักของคุณก็จะเต็มไปด้วยเงื่อนไข
ซึ่งเงื่อนไขเหล่านั้นก็เป็นสิ่งไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

ถ้าเงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนไป
คุณจะยังรักเขาอยู่ไหม

ความรักเป็นสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผล ตรรกะ
หรือเงื่อนไขใดๆในตัวของมันเอง

ความรักเป็นสิ่งที่สมบูรณ์ในตัวของมันเอง
การกำหนดพันธะมากมายให้ความรัก

จะกลายเป็นสิ่งกีดขวางความจริงใจที่คุณจะแสดงออกมา
ความรัก นอกจากจะไม่มีเงื่อนไขแล้ว

ก็ไม่ควรมีความคาดหวังด้วยเช่นกัน
เพราะความคาดหวังก็เป็นการสร้างเงื่อนไขอย่างหนึ่ง
เรามักคาดหวังให้คนที่เรารักมีคุณสมบัติตามที่เราต้องการ
เรามักมีความคาดหวังให้เขาดีพร้อมสำหรับเราเสมอ
แต่เราอาจลืมไปว่า ในขณะที่เราคาดหวังว่าคนที่เรารักจะต้องเป็นอย่างที่ถูกใจเรา
แต่เราก็อาจจะเป็น Mr. หรือ miss 100% right ของคนๆนั้นเสมอไป
เราลืมไปว่า ...

คนๆนั้นก็คาดหวังต่อเราเช่นกัน ทั้งเงื่อนไขและความคาดหวังต่างๆ........




กำเนิดโยคะ [ Origins of YOGA ]


โยคะ เกิดขึ้นที่อินเดียเมื่อประมาณ 4 - 5 พันปีที่ผ่านมา เดิมจะเป็นการฝึกเฉพาะโยคีและชนชั้นวรรณะพราหมณ์
เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย ต่อมาโยคะได้พัฒนาผ่านลัทธิฮินดู มายุคพุทธศาสนา ถึงยุคลัทธิเซนในประเทศจีน
โดยแท้จริงแล้ว โยคะไม่ได้เป็นศาสตร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็นศาสตร์สากลที่ศาสนาต่าง ๆ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่ง
ในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้น ๆ โยคะจึงเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะ หะฐะโยคะ( Hatha Yoga )
ซึ่งจัดว่าเป็น Modern Yoga ที่พัฒนามาจากการรวมแบบโยคะดั้งเดิม กับวิธีปฏิบัติของพระพุทธศาสนา



ความหมายของโยคะ [ Meaning Of YOGA ]

โยคะ หมายถึง การสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียว
หะฐะโยคะ (HATHA YOGA) เป็น 1 ในสาขาโยคะทั้งหมด หะฐะโยคะ จะใช้ศิลปการบริหารร่างกาย ภายใต้การควบคุมของจิตใจ
เกิดความสมดุลของพลังด้านบวกและด้านลบ โยคะจึงช่วยบรรเทาและบำบัดโรคได้
หะฐะโยคะ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนเห็นความสำคัญของ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี



โยคะท่าพื้นฐาน

ท่านมัสการ




ความหมาย


• นมัสการ หมายถึง ทำความเคารพ



วิธีปฏิบัติ


• ยืนหันหน้าไปทางพระอาทิตย์ เท้าชิด พนมมือ

• หายใจเช้าและยกแขนขึ้น ค่อยๆ เอนตัวไปข้างหลัง ยื่นแขนเหนือศีรษะ

• หายใจออกช้าๆ เอนตัวไปข้างหน้า ให้มือที่พนมอยู่สัมผัสพื้นจนกระ ทั่งมืออยู่ในแนวเดียวกับเท้าศีรษะสัมผัสหัวเข่า

• หายใจเข้า ก้าวเท้าขวาถอยหลังมา 1 ก้าว ให้มือและเท้า ยังคงอยู่กับพื้น เท้าซ้ายอยู่ระหว่างมือทั้งสองข้าง ยกศีรษะขึ้น

• ขณะหายใจออก ยกเท้าซ้ายเข้ามาชิดเท้าขวา แขนตรงยกสะโพกขึ้นให้ศีรษะ และแขนอยู่ในแนวเดียวกัน ทำท่าเป็นรูปโค้งขึ้น

• หายใจเข้าและค่อยๆ ลดสะโพกลงมาที่พื้น (ให้สะโพกอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย) ก้มตัวลงไปข้างหลังให้มากที่สุด

• หายใจออก และลดตัวลงมาที่เท้า เข่า มือ และอก สัมผัสพื้น

• หายใจเข้า และค่อยๆยกศีรษะขึ้น เงยศีรษะไปข้างหลังให้ได้มากที่สุด และโค้งกระดูกสันหลังไปให้ได้มากที่สุด เหมือนท่านาคอาสนะ

• ขณะหายใจออกช้าๆ และให้แขนอาสนะ ยกสะโพกขึ้น และให้ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกับแขน ทำเป็นรูปโค้งขึ้น

• หายใจเข้าช้าๆ และงอเข่าซ้าย ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือยังคงอยู่ที่พื้น วางเท้าซ้ายลงบนพื้นระหว่างมือทั้งสองข้าง ยกศีรษะขึ้น

• หายใจออกช้าๆ ให้มืออยู่ที่เดิม ดึงเท้าทั้งสองเข้ามาชิดกัน ให้อยู่แนวเดียวกับมือถ้าเป็นไปได้ ให้ศีรษะสัมพันธ์กับหัวเข่า

• หายใจเข้าช้าๆ และยกแขนขึ้น ค่อยๆเอนตัวไปข้างหลัง โดยยื่นแขนขึ้นเหนือศีรษะ ย้อนกลับไปตำแหน่งยังข้อ 1



ท่าชวังคอาสนะ




ความหมาย

• ในภาษาสันสกฤต ชว หมายถึง ทั้งหมด หรือ ทุกๆ อังคะ หมายถึง ร่างกาย ชวังคะ จึงหมายถึง ทำทั้งร่างกาย

ที่เรียกเช่นนี้เพราะเป็นท่าที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายทุกส่วน ท่านี้มักเรียกกันว่า ท่ายืนบนไหล่

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงายในท่า ศพอาสนะ

• หายใจเข้า วางฝ่ามือคว่ำลงบนพื้น ให้สะโพกอยู่บนพื้นขณะงอเข่าและดึงเข่าเข้ามาที่ท้อง หายใจออก

• หายใจเข้าช้าๆ กดฝ่ามือลง ยกลำตัวตั้งแต่ส่วนเอวขึ้นจากพื้น งอกระดูกสันหลังไปข้างหลัง และทำท่อนแขนให้ตรง ให้สะโพกอยู่บนพื้น

• หายใจเข้าแล้วในขณะหายใจออก ให้ยกขาตั้งฉากกับพื้น อาจใช้มือพยุงสะโพกไว้ หรือวางแขนไว้ลงกับพื้นตามถนัด

• ขาดชิด เข่าตรง นิ้วเท้าชี้ขึ้น ศีรษะตรงไม่หันไปด้านใดด้านหนึ่ง เก็บคางให้ชนหน้าอก

• หายใจเข้า ออก ช้าๆ ขณะคงท่านี้ไว้

• ทำย้อนกลับจากข้อ 6 จนกลับสู่ท่าศพอาสนะ



ท่าตรีโกณอาสนะ



ความหมาย

• คำว่า ตรี ในภาษาสันสกฤตหมายถึง สาม โกณ หมายถึง เหลี่ยมหรือมุม

ดังนั้น ท่านี้จึงเรียกว่า ท่าสามมุม หรือท่าสามเหลี่ยม

วิธีปฏิบัติ


• ยืนเท้าชิดแขนแนบลำตัว

• แยกเท้าออกจากกัน ให้ระยะห่างมากกว่าหนึ่งช่วงไหล่เล็กน้อย

• หายใจเข้าและยื่นแขนทั้งสองข้างออกให้ขนานกับพื้น ฝ่ามือคว่ำลง

• หายใจออกช้าๆ หันลำตัวไปทางซ้าย งอตัวที่ช่วงเอว ให้มือขวาลงไปที่แข้งซ้าย ฝ่ามือขวา วางไว้ข้างนอกของหน้าแข้งซ้าย

แขนซ้ายควรยื่นออกไปด้านบนขาและแขนทั้งสองข้างตรง โดยไม่ต้องงอเข่าและข้อศอก


• หันศีรษะขึ้นไปทางซ้าย มองไปที่ปลายนิ้วมือซ้าย หายใจเข้า และกลับไปสู่ท่าเดิม คือท่ายืน ให้แขนกางออก

• คงท่านี้ไว้ เท่ากับช่วงหายใจออก หายใจออกและทำซ้ำ ขั้นตอนที่ 4-7 สลับซ้าย



ศีรษะอาสนะ



ความหมาย

• คำว่า ศีรษะ หมายถึง หัว ในภาษาสันสกฤต ท่านี้คือ ท่ายืนด้วยศีรษะ ซึ่งได้รับความนิยมมากในการฝึกอาสนะ ไม่แพ้ท่าปทมอาสนะ

ด้านบนคือภาพโมกุลในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นภาพโยคีขณะทำท่าศีรษะอาสนะ

วิธีปฏิบัติ


• นั่งคุกเข่า ให้สะโพกอยู่บนส้นเท้า

• เอนตัวไปข้างหน้า วางแขนลงบนพื้น ให้ศอกห่างกัน 1 ช่วงไหล่ ประสานนิ้วมือเข้าไว้ด้วยกัน

• วางศีรษะลงบนพื้น ให้ท้ายทอยสัมผัสมือที่ประสานไว้

• ให้ปลายเท้าจิกพื้น ขณะยกส้นเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นจากพื้น

• คงท่านี้ไว้เป็นระยะเท่ากับการหายใจเข้า ถ้าไม่สามารถกลั้นหายใจได้ ให้ค่อยๆ หายใจออก และนอนราบกับพื้น กางขาออก กลับไปสู่ท่าศพอาสนะ



หลอาสนะ



ความหมาย

• หล แปลว่า คันไถ

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงาย แบบท่าศพอาสนะ

• หายใจเข้า วางฝ่ามือคว่ำที่พื้น ให้สะโพกอยู่บนพื้น งอเข่าเข้ามาจรดท้องขณะหายใจออก

• หายใจเข้า ขณะหายใจออกให้ยกขาขึ้นตั้งฉากกับพื้น คุณอาจใช้มือพยุงสะโพก หรือวางแขนราบไปกับพื้นแล้วแต่ถนัด

• หายใจออก แล้วยกขาขึ้นเหนือศีรษะ งอขาตั้งแต่ช่วงเอวลงมา ยกหลังและสะโพก จนนิ้วเท้าสัมผัสพื้นด้านหลังของศีรษะ รักษาเท้าให้ชิดกัน

หากใช้มือพยุงหลังให้ลองวางแขนราบไปกับพื้น ให้ฝ่ามือคว่ำลง ถ้าไม่สามารถวางแขนลงที่พื้นได้ให้ใช้มือพยุงหลังส่วนล่างไว้


• เข่าตรง หายใจช้าๆ และคงท่านี้ไว้สักครู่ ถ้านิ้วเท้าสัมผัสพื้นไม่ได้ ก็พยายามให้นิ้วเท้าอยู่ต่ำที่สุด

• ทำท่าย้อนกลับตั้งแต่ข้อ 5 ถึง 1 จนกลับไปสู่ท่าศพอาสนะเหมือนเดิม




ธนูอาสนะ




ความหมาย

• คำว่าธนู ในภาษสันสกฤต หมายถึง มีรูปร่างเหมือนคันศร โค้ง หรือ งอ คันศร

ในที่นี้หมายถึง คันศรที่ใช้กับลูกธนู ท่าอาสนะนี้ มีชื่อแบบนี้เนื่องจาก ร่างกายมีท่าทางคล้ายคันศรที่โก่งพร้อมยิงธนู

วิธีปฏิบัติ


• นอนคว่ำหน้าไปข้างใดข้างหนึ่ง แขนราบไปกับลำตัว หงายฝ่ามือขึ้น

• หันหน้ามาเพื่อวางคางไว้บนพื้น หายใจออก งอเข่า เอื้อมแขนไปข้างหลัง จับข้อเท้าขวาไว้ด้วยมือขวา จับข้อเท้าซ้ายด้วยมือซ้าย

• ขณะหายใจเข้า ค่อยๆ ยกขาขึ้นโดยดึงข้อเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นจากพื้น และยกอกขึ้นจากพื้นในเวลาเดียวกัน

กลั้นลมหายใจเข้าเอาไว้ ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนหน้าท้อง


• ยื่นศีรษะให้ไกลที่สุด คงท่านี้ไว้ขณะกลั้นหายใจ

• หายใจออกช้าๆ วางเข่าลงบนพื้น ปล่อยข้อเท้า ค่อยๆ วางขาและแขนลงบนพื้น หันหน้าไปข้างหนึ่ง ทำเหมือนท่าเริ่มต้น



ท่าพิจิกอาสนะ



ความหมาย

• ท่าพิจิกหรือท่าแมงป่อง ในท่านี้ ร่างกายจะดูเหมือนแมลงป่อง ที่ยกหางโค้งขึ้นเหนือหัว พร้อมจะต่อยคู่ต่อสู้

แม้ท่านี้จะดูยากสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก

วิธีปฏิบัติ


• คุกเข่าลงที่พื้น โน้มตัวไปข้างหน้า วางศอกและแขนด้านในราบไปกับพื้น ให้ฝ่ามือคว่ำลง แขนควรห่างกันประมาณ 1ช่วงไหล่

• ยื่นศีรษะไปข้างหน้าและยกให้สูงที่สุด

• ยกสะโพกขึ้น วางเท้าให้มั่นคง

• หายใจเข้าและแกว่งขาขึ้นไปเหนือศีรษะ รักษาสมดุลของร่างกายไว้ ยกขาตรงขึ้นเหนือศีรษะ

• ค่อยๆ งอเข่าและปล่อยขาลงมาทางด้านศีรษะ ระวังอย่าเคลื่อนไหวเร็วเกินไป และอย่าทิ้งขาลงไปไกลเกินไปขณะรักษาสมดุลของร่างกายไว้

• ทำย้อนกลับจากข้อ 5 จนกลับไปสู่ท่าคุกเข่า

* ข้อควรระวัง ไม่ควรลองท่าแมงป่อง จนกว่าคุณจะสามารถทำท่าที่ต้องใช้สมดุลของร่างกายอื่นๆ และไม่เหมาะกับสตรีมีรอบเดือน



ท่าพฤกษอาสนะ




ความหมาย

• ในภาษาสันสกฤต พฤกษะหมายถึง ต้นไม้ ท่านี้จึงเรียกว่าท่าต้นไม้

"ยืนตรงบนขาซ้าย งอขาขวาและวางขาขวาไว้บนโคนขาซ้าย ยืนเหมือนต้นไม้ ยืนอยู่บนพื้นดิน นี่คือท่าพฤกษอาสนะ"

วิธีปฏิบัติ


• ยืนเท้าชิด แขนแนบลำตัว

• งอเข่าขวา ยกต้นขาขวา และยก ส้นเท้าขวาไปบนต้นขาซ้ายด้าน ในให้โกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

• ทรงตัว บนเท้าซ้าย ยกแขนทั้งสอง ข้างขึ้นเหนือศีรษะ อย่าให้ข้อศอกงอ และให้ฝ่ามือประชิดกัน

คงท่านี้ไว้ขณะค่อยๆ หายใจ ประมาณ 10 ช่วงหายใจเข้าออก


• ลดแขนและขาขวาลง และกลับไปสู่ตำแหน่งในข้อ 1 คือการยืนหน้าชิด แขนแนบลำตัว หยุดพักสักครู่ และทำซ้ำด้วยขาข้างหนึ่ง



ศพอาสนะ



ความหมาย

• ความหมาย คำว่า ศพ ในภาษาสันสกฤต หมายถึง ร่างที่ตายไปแล้ว

"การนอนลงที่พื้นเหมือนศพ เรียกว่า ศพอาสนะ ช่วยกำจัดความเหนื่อยล้าและให้จิตใจได้พักผ่อน" จากหัตถโยคะปฏิบัติ

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงาย อย่าให้ขาแตะกัน แขนราบไปกับลำตัว ฝ่ามือหงายขึ้น

• หลับตาลง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ

• งอข้อศอก วางฝ่ามือบนพื้นใต้ไหล่ ให้นิ้วชี้ไปด้านหลัง

• มุ่งความสนใจไปที่อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกาย จากหัวถึงเท้า แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายทีละส่วน

• คงท่านี้ไว้ 10-15 นาที หากรู้สึกง่วงนอนขณะทำท่านี้ ให้หายใจเร็วและลึกขึ้น

• ครั้งแรกที่ฝึก ให้คงท่าศพอาสนะไว้ 10 หรือ 15 นาที กลับมาทำซ้ำเป็นระยะๆ ในช่วงฝึกท่าต่างๆ เพื่อผ่อนคลายและกระตุ้นร่างกาย / จิตใจ

คำแนะนำ

บางคนคิดว่าท่านี้ง่ายมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น จุดประสงค์ของศพอาสนะ คือ ให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย

นอกจากร่างกายจะต้องนิ่งและผ่อนคลายแล้ว จิตใจยังต้องนิ่งราวกับผิวน้ำที่ปราศจากการรบกวนอีกด้วย

ผลที่ได้คือการผ่อนคลายอย่างล้ำลึกและนิ่ง อันจะส่งผลให้เกิดสมาธิต่อไป

การฝึกศพอาสนะนั้นต้องใช้เวลา การกำหนดความสนใจไปที่อวัยวะแต่ละส่วนและ กำหนดลมหายใจล้วนแต่มีประโยชน์ต่อการฝึกท่านี้อย่างยิ่ง

อุปสรรค 2 อย่างที่อาจลดคุณค่าการฝึกศพอาสนะ ก็คือ ความง่วงและจิตใจที่ฟุ้งซ่าน หากรู้สึกง่วงขณะฝึก ให้กำหนดลมหายใจให้ลึกขึ้น

หากจิตใจไม่นิ่ง ให้มุ่งความสนใจไปที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย กำหนดจิตไปที่พื้นหรือที่จังหวะลมหายใจของคุณเอง

การฝึกศพอาสนะควรทำก่อนและหลังการฝึกอาสนะเป็นประจำ


ข้อมูลจาก
Practice 01





------------------------------------------------------------------------------